Sunday, April 19, 2020

KFC | อาหารที่เชื่อมต่อผมกับโลกภายนอก ในสถานการณ์ปิดเมืองปัตตานีเพราะ COVID-19


บ้านเกิดผมอยุ่ทีอำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง จังหวัดที่ไม่มีสนามบิน และเป็นทางผ่านระหว่างหาดใหญ่ ตรัง นครศรีธรรมราช เท่านั้น สมัยเป็นเด็กประถมหัวเกรียนผมเรียนที่โรงเรียนบางแก้ว โรงเรียนประจำอำเภอ ที่ตอนนี้กลายมาเป็นโรงเรียนอนุบาลบางแก้ว ตอนนั้นไม่เคยได้ออกจากบ้านไปไหนไกล เช้าไปโรงเรียน เลิกเรียนก็กลับบ้าน ไม่ได้ออกไปไหน บำเพ็ญตนเป็นเด็กดีอยู่ในโอวาทของผู้ปกครอง 

ตอนมัธยมสอบเข้าได้โรงเรียนประจำจังหวัด โดยคุณพ่อของเพื่อนที่ชื่อ นวพล ชื่อเล่น อิฐ เป็นคนชวนผมไปสอบเป็นเพื่อนลูก เลยไปลองสอบแบบไม่ได้เตรียมตัวและไม่ได้คาดหวัง เพราะเด็กเพิ่งจบ ป.6 ไม่รู้หรอกว่าการเรียนในเมืองกับการเรียนในตัวอำเภอต่างกันยังไง รู้แค่ว่าถ้าจะเรียนในเมืองก็ต้องตื่นหกโมงเช้าอาบน้ำนั่งรถประจำทางไปโรงเรียน เย็นกว่าจะกลับถึงบ้านก็เกือบหกโมง พอสอบเข้าได้ ชีวิตก็วนเวียนอยู่แบบนี้จนจบ ม.6 ถามว่าอาหารที่ได้กินก็ไม่ต่างกันมากนัก เพราะพัทลุงเองกว่าจะมีเคเอฟซีก็หลังจากที่ผมเรียนจบแล้ว โรงหนังแห่งเดียวคือโคลีเซียมที่เหมาะกับการดูหนังผี ห้างเชนต่าง ๆ ยังไม่เข้ามา ทั้งโลตัส บิ๊กซี แมคโคร หรือแม้แต่กระทั่งเซเว่นที่ถึงจะมีมานานแล้วในไทย แต่ในอำเภอบางแก้วกว่าจะมีเซเว่นก็ประมาณสองสามปีที่ผ่านมานี้เอง ดังนั้นไม่ต้องพูดถึง KFC เลยว่าเคยได้กินไหม เพราะถ้าอยากกินต้องซื้อมากินจากหาดใหญ่เท่านั้น

จนเรียนจบ ม.6 มาสอบเข้าได้ ม.อ.หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จึงมีโอกาสได้เรียนรู้เรื่องต่าง ๆ มากขึ้นทั้งการเข้าสังคม การกินอาหารแบบบุฟเฟต์ อาหารฟาสต์ฟู้ด แม้กระทั่งการกินกาแฟกับเค้กก็มาเริ่มตอนสมัยเรียนมหาลัยเหมือนกัน และด้วยความที่ ม.อ.หาดใหญ่มีโลตัสอยู่ตรงข้ามมหาลัย ก็ทำให้สะดวกอย่างมากในการกิน KFC หรือ Junk Food อื่น ๆ จะว่าไปตอนนั้นผมเองก็นับว่าไม่ได้กินเคเอฟซีบ่อย เพราะตัวเลือกมีเยอะ กินนาน ๆ ครั้งด้วยซ้ำ ถนัดกินข้าวโรงช้างมากกว่า การออกไปกินข้าวนอกก็มักจะนัดกินข้าวกับเพื่อนเป็นครั้ง ๆ ไป ซึ่งตอนนั้นจำได้ว่าที่ประทับใจมาก ต้องเป็นบุฟเฟต์ไดโดมอน ที่กินไม่จำกัดเวลา กินจนพุงกาง กินจนไปเดินย่อยเข้าห้องน้ำ กลับมาก็ยังกินต่อได้ 

แต่พอเรียนจบมาทำงานที่ปัตตานี ตอนนั้นไม่ได้คิดเรื่องอาหารการกินเลย คิดแค่อาหารน่าจะใกล้เคียงกันเพราะเป็นจังหวัดที่อยู่ติดกับหาดใหญ่ แต่พอมาถึงในช่วงสัปดาห์แรกก็เรียนรู้ว่า ทั้งปัตตานีมีศูนย์การค้าอยู่แค่สองแห่ง คือ บิ๊กซีปัตตานี กับไดอาน่าปัตตานี และทั้งสองแห่งไม่มีเคเอฟซี ไม่มีซิสเลอร์ ในบิ๊กซีมีแค่ร้าน MK กับ Pizza Company เท่านั้น ซึ่ง MK นี่คงกินได้ไม่บ่อยอยู่แล้ว เดือนนึงไปซื้อกลับบ้านกินเดือนละครั้งพอได้ แต่ความอยากไก่ KFC ตอนอยู่ปัตตานีนั้นไม่มีอะไรมาทดแทนได้ ถึงตอนนี้ปัตตานีจะมีร้านแมร์รี่บราวน์ที่เป็นร้านไก่ทอดชื่อดังจากมาเลย์ก็ไม่สามารถทดแทนความกรอบอร่อยและรสชาติไก่ที่อร่อยที่สุดในโลกของเคเอฟซีเมืองไทยได้ ในยามปกติ ปัตตานีเป็นเมืองที่มีร้านอาหารเยอะมาก ทั้งคาเฟ่ ร้านกาแฟ โดยเฉพาะร้านน้ำชา ที่มีเยอะมากทั้งเช้าเย็น ทำให้ตอนช่วงชีวิตปกติที่ไม่มีโควิดระบาด เราก็ยังหาของกินนั่งชิวในเมืองปัตตานีได้สบาย

จนมาถึงช่วงโควิดระบาด ทำให้การใช้ชีวิตเปลี่ยนไป เป็นเวลาเกือบสองเดือนที่ผมไม่ได้ออกจากเมืองปัตตานี การเชื่อมต่อกับโลกภายนอกทำได้ด้วยการโทรศัพท์คุยกับครอบครัว ติดตามข่าวสารทางโซเชียลเน็ตเวิร์ค ซื้อของออนไลน์ต่าง ๆ แต่สิ่งที่เป็นวัตถุที่สื่อถึงการได้ออกไปจากที่นี่ ได้สัมผัสบรรยากาศที่แตกต่างนั้นยังไม่มี แม้แต่อาหาร ซึ่งถ้ามีใครถามว่าอยากกินอะไรมากที่สุดในช่วงปิดเมืองก็ต้องตอบว่า เคเอฟซี ไม่ได้กินเพราะความอยากหรือความอร่อย แต่กินเพราะบรรเทาความคิดถึงโลกภายนอกมากกว่า เพราะเคเอฟซีที่เรียกว่ามีสาขาไปทั่วโลกนั้นเป็นสิ่งที่ปัตตานีไม่มี

จนกระทั่งมาวันนึงในกลุ่มเฟซบุ๊ค "ปัตตานีเดลิเวอรี่...หิวเมื่อไหร่ก็ทักมา" ที่ผมเป็นสมาชิกก็มีแม่ค้าคนหนึ่งที่รับหิ้วเคเอฟซี (จากที่ไหนไม่รู้ แต่คิดว่าน่าจะเป็นหาดใหญ่) ซึ่งจากที่เห็นตอนแรกก็ไม่ได้คิดมาก นอกจากสงสัยว่ายังมีคนเข้าออกปัตตานีได้เหรอ หรือว่าจะเป็นกลุ่มคนที่เป็นข้อยกเว้นให้ผ่านเข้าออกเมืองได้หากมีใบอนุญาต ปล่อยเวลาผ่านไปจนถึงวันพฤหัสที่ผ่านมา น้องที่ทำงานทักเรื่องฝากหิ้วเคเอฟซี ว่าคนรับหิ้วเป็นคนรู้จัก เชื่อถือได้ พอรู้อย่างนี้ก็จัดเลยครับ ออเดอร์ผ่านน้องเขา พอเบาเบาให้คลายความคิดถึง ชุดโดนใจ 129 บาท กับทาร์ตไข่ 3 ชิ้น 66 บาท สั่งวันนี้ได้กินพรุ่งนี้ อร่อยมากน้ำตาไหล ขอบคุณคนรับหิ้ว ขอบคุณน้องที่ทำงาน ที่ทำให้ได้กินเคเอฟซี






No comments: