Tuesday, September 24, 2019

All in My Family [2019] เรื่องราวหลานชายคนเดียวจากครอบครัวจีนแผ่นดินใหญ่ ที่ไปอเมริกาแต่งงานมีลูกกับผู้ชายด้วยกัน


เมื่อผู้กำกับชาวจีน Hao Wu ทำเรื่องราวสารคดีของตัวเอง เป็นตัวแทนของเกย์ในสังคมจีนว่าสิ่งที่เขาทำและสิ่งที่เขาต้องรับมือกับครอบครัว เมื่อเขาต้องเปิดตัวกับที่บ้านว่าเขาเป็นเกย์ และกำลังมีลูกกับผู้ชายด้วยกัน

Hao เป็นหลานชายคนเดียวของครอบครัว ที่เติบโตมากับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม การเข้ามาของวัฒนธรรมตะวันตกในสังคมจีน ความรู้สึกไม่พอใจกับครอบครัวของตัวเอง และความลับที่เขาต้องปกปิดตลอดมาเมื่ออยู่ในสังคม

จนมาวันนึง Hao บินไปอเมริกาเพื่อใช้ชีวิตและทำงานที่่โน่น ความอิสระและความเป็นตัวเองทำให้เขาพบรักกับ Eric ซึ่งเขาอยู่ด้วยกันตลอดมา ในระหว่างนั้นทุกครั้งที่กลับบ้านเขาต้องเจอกับคำถามของครอบครัวว่า เมื่อไหร่จะแต่งงานมีลูกสืบสกุล

เขาเริ่มเปิดเผยความเป็นตัวเองให้กับที่บ้าน เริ่มจากพี่สาว ป้าใหญ่ แม่และพ่อ แน่นอนว่าโดยเฉพาะผู้เป็นแม่จะรู้สึกช็อกมาก ว่าลูกชายตัวเองเป็นอะไรไป เธอเลี้ยงลูกชายมาอย่างดี คาดหวังให้เขาแต่งงานมีลูก มีความสุขกับครอบครัวแบบปกติ ผู้เป็นแม่ต้องใช้เวลากว่า 2-3 ปีกว่าจะทำใจได้และยอมรับในสิ่งที่ลูกชายเลือก

Hao และ Eric ตัดสินใจที่จะมีลูกโดยการผสมเทียม โดยพวกเขาต้องการลูกสองคน และเป็นลูกที่มีความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมกับพวกเขาทั้งคู่ แต่ทว่าสิ่งที่คิดว่าพ่อแม่จะดีใจนั้น พวกเขาคิดผิด ในนาทีแรกที่แม่รู้ เธอปฏิเสธการที่พวกเขาจะมีลูกด้วยวิธีการนี้ เธอกังวลว่าเด็กที่เกิดมาจะรู้สึกอย่างไร หากหย่าร้างเด็กจะเป็นอย่างไร ทั้งหมดที่เธอต่อต้านเพราะเป็นห่วงลูกชายของเธอเองว่าจะจัดการปัญหาที่ตามมาได้ยังไง

แต่เมื่อเวลาผ่านไปเด็กโตขึ้น ก็ดูเหมือนปัญหาจะจางลง เด็กทั้งคู่ได้รับความรักจากครอบครัวของเหาที่อยู่จีนเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามปัญหาใหญ่ที่เขาต้องเจอคือ ปู่ของเหา ที่ยังไม่ทราบว่าลูกของเขาเกิดจากการผสมเทียมและเขามีคนรักเป็นผู้ชาย

ตอนแรกเขาตัดสินใจว่าจะบอกความจริงกับปู่ แต่ทว่าสิ่งที่ครอบครัวเขาต้องเจอเมื่อเขาบอกความจริงเป็นบทเรียนให้เขาคิดว่า หากบอกความจริงแล้วทำให้ครอบครัวคนที่เขารักต้องเจ็บปวด ก็สู้ไม่บอกความจริงไปเลยดีกว่า และอยู่กันด้วยความสุข

ในสารคดีไม่ได้บอกเราว่าสิ่งที่เขาทำถูกหรือผิด การบอกความจริงกับครอบครัวเหมาะสมหรือไม่ การมีลูกด้วยวิธีการผสมเทียมนั้นดีหรือไม่ หรือควรรับเด็กกำพร้ามาเลี้ยงแทน เขาไม่ได้บอกเราว่าสิ่งใดเหมาะ สิ่งใดไม่เหมาะ ทุกครอบครัวต่างมีบริบทปัจจัยของตัวเอง การจะตัดสินใจทำอะไรควรจะอยู่บนพื้นฐานของความรักดีที่สุด

ใครสนใจก็กดดูได้ที่เน็ตฟลิกซ์ Netflix: All in My Family


No comments: