Monday, December 2, 2019

Phuket-Hong Kong-Shenzhen-Macao | หนึ่งวันหนึ่งคืนที่ภูเก็ต นั่งแอร์เอเชียไปนอนคืนแรกที่ฮ่องกง


เริ่มจากเดินทางออกจากบ้านที่บางแก้ว พัทลุง ขับรถกว่าหกชั่วโมงไปภูเก็ต แวะซื้อขนมเปี๊ยะซอยเก้าที่ตรังหิ้วไปฝากญาติที่ภูเก็ต (Google Maps: ขนมเปี๊ยะซอย 9) พร้อมส่วนแบ่งเล็กน้อยเอาไปให้หยี่ผ่อที่จีนด้วย ต้องบอกว่าตอนแรกไม่รู้จักร้านนี้เลย จนญาติเอามาให้ดูบอกอร่อยจนเต้าส้อที่ภูเก็ตก็สู้ไม่ได้ ต้องฝากซื้อไปจากตรัง จนต้องยอมถ่อสังขารขับรถไปตามจีพีเอสกูเกิลอีกหนึ่งชั่วโมงเพื่อขนมจากสวรรค์ร้านนี้

ได้ของฝากก็ขับรถต่อไป ผมชอบเส้นทางตรัง กระบี่ พังงา ภูเก็ตมาก เส้นทางเต็มไปด้วยต้นไม้ร่มรื่น ประทับใจสุดสุด ส่วนถนนตอนเข้าเมืองภูเก็ตต้องนับว่าติดมาก ในระดับที่ว่าค่อยค่อยกระดึ๊บไปด้วยซ้ำ ยิ่งฝนตก ยิ่งมีอุบัติเหตุนี่แทบไม่ขยับเลย ซึ่งบ้านญาตินั้นก็อยู่บนเส้นทางที่รถติดที่สุดของภูเก็ต สาปส่งตรงนี้

ไปถึงภูเก็ตบ่ายกว่า แวะพักเอากระเป๋าลงจากรถ ก่อนเดินทางไปเซนทรัลภูเก็ตที่ปรับปรุงใหม่ เพื่อไปซื้อซิมเพื่อใช้ในฮ่องกง/เซินเจิ้น/มาเก๊า ส่วนตัวเข้าแล้วรู้สึกว่าห้างมีความเป็นอินเตอร์เนชันนอลมากกว่าเซ็นทรัลเฟสหาดใหญ่มาก การจัดวางแสงอะไรต่าง ๆ ก็ดูดีกว่าเยอะ น่าเดินกว่ามากทีเดียว

ผมและครอบครัวเลือกซิมของ AIS คือ Sim2Fly ราคา 399 บาท ให้เน็ต 6 GB ใช้ได้สิบวัน ซึ่งผมที่เดิมใช้ทรูอยู่ก็ต้องเปลี่ยนเบอร์ แต่ถ้าใครใช้ซิม AIS อยู่เดิมนั้นก็สามารถเลือกโปรต่อได้เลย ไม่ต้องเปลี่ยนเบอร์  ซึ่งระหว่างที่เขียนบทความอยู่นี้ ผมอยู่ที่เซินเจิ้น ลองเทสต์ความเร็วเน็ตดูก็พบว่าแรงใช้ได้เลย คือ ความเร็วดาวน์โหลด 24 Mbps ส่วนความเร็วอัพโหลดอยู่ที่ 1.22 Mbps และที่สำคัญ ที่เมืองเซินเจิ้น จีนไม่ได้บล๊อกไลน์/เฟซ/และทวิตเตอร์อย่างที่คิดไว้

ร้านแลกเงินที่เซนทรัลภูเก็ตจะมีสองร้าน แต่ร้านแรกนั้นถามเงินฮ่องกงก็ไม่มี ถามเงินจีนก็หมด เลยอดได้เงินจากเราไปเลย ทำให้ร้านที่เราเลือกคือ Value Plus Exchange ร้านสีแดง ซองแดง และพนักงานก็แดง โดยการแลกเงินร้านจะให้ใบรายละเอียดแจ้งกับเราชัดเจนว่า เรทเท่าไหร่ รับเงินไทยเท่าไหร่ ได้เงินกลับเป็นเงินหยวนเงินฮ่องกงเท่าไหร่ เงินทอนเท่าไหร่ ไม่ต้องกังวลว่าจะจำไม่ได้แน่นอน ซึ่งเรทในวันที่ 28 พฤศจิกายน คือ เงินจีน 1 หยวน ต้องแลกด้วยเงินไทย 4.30 หยวน เงินฮ่องกง 1 ดอลลาร์ฮ่องกง ต้องแลกด้วยเงินไทย 3.87 บาท (ข้อดีที่เงินบาทไทยแข็งคือ เราแลกเงินต่างประเทศได้เยอะขึ้น ตัวอย่างเช่นจากเดิม 1 หยวน ต้องใช้เงินไทย 5 บาท)

เอาล่ะ ไหนไหนก็อุตส่าห์ไปภูเก็ตแล้ว เราเลยแวะไปหาอะไรกินสักหน่อยตอนเย็น ซึ่งร้านที่เราไปคือร้านดังเลย เป็นบุฟเฟต์ร้าน Tai Hong Lou เป็นร้านชาบูหมู ราคา 199 บาท ถ้าจะเอาเนื้อด้วยก็แพงขึ้น แต่เรากินหมูพอ 555 อร่อยมาก น้ำจิ้มอร่อย ส่วนน้ำซุปเลือกได้สองแบบ คือ สาหร่าย และกิมจิ โดยซุปกิมจิคือการเอาซุปสาหร่ายมาใส่กิมจิลงไปนั่นเอง แต่อร่อยมาก ประทับใจเลย (Google Maps: Tai Hong Lou)

กินเสร็จก็กลับบ้านนอน เก็บกระเป๋าเตรียมตัวตื่นเช้าไปกินข้าวในมื้อถัดไป (กินอีกแล้ว) ไปกินร้านติ๋มซำ จ่วนเฮี้ยงสาขา 2 กัน ต้องบอกว่าเมนูหลายอย่างอร่อยมาก ซึ่งที่ผมชอบคือเป็ดดำตุ๋นยาจีน เพราะดูเป็นอะไรที่พิเศษ ไม่เคยกินทั้งที่หาดใหญ่ และปัตตานีเลย ถามว่าให้กลับไปกินซ้ำไหม ต้องบอกเลยว่าอยา และที่สำคัญพี่สาวบอกว่าปกติร้านคนเยอะมาก ต้องรอ (Google Maps: จ่วนเฮี้ยง สาขา 2)

หลังจากอาบน้ำกินข้าวเที่ยงที่บ้าน ก็เดินทางไปสนามบินภูเก็ต ที่อยู่ออกจากบ้านที่พักไปประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งทั้งบ้านไม่มีประสบการณ์เดินทางออกจากไทยด้วยสนามบินภูเก็ตเลย เราจึงต้องรีบไปกันหน่อย เดี๋ยวมีอะไรฉุกเฉินจะได้แก้ไขทัน ซึ่งสายการบินที่เราเลือกคือแอร์เอเชีย ไปกลับราคาเจ็ดพันกว่าบาท เป็นการบินตรงจากภูเก็ตไปยังฮ่องกงเลย ออกจากภูเก็ตประมาณบ่ายสี่โมง ถึงฮ่องกงประมาณสองทุ่ม (เวลาฮ่องกงเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมงนะ)

ซึ่งสิ่งที่เราเตรียมกันมาออกเดินทาง คือ พาสปอร์ต และสำเนาเอกสารสำคัญต่าง ๆ รายละเอียดการจองโรงแรมที่พัก สำเนาตั๋วเครื่องบิน (อันนี้สมาชิกในทีมโดนเรียกดูตั๋วตอนผ่าน ต.ม. ที่ขาเข้าเซินเจิ้น) โชคดีที่เตรียมไป แต่สี่คนที่เหลือไม่โดนอะไรเลย ส่วนผมโดนถามว่ามีชื่อจีนไหม ตอบว่าไม่มี จบผ่านได้เลย

เกตที่ขึ้นขึ้น 81 ซึ่งเป็นเกทที่เล็กมาก คนจากเกท 81-84 มากองรวมตรงนั้นหมด แอร์เอเชียเลทอีก 15 นาที ก็พอดีให้ผมได้เดินสำรวจบริเวณต่าง ๆ ตรงส่วนขายของผ่านจุดเช็คอินมาแล้ว ซึ่งเพิ่งทราบว่าใครท่ีถือบัตรเครดิตแอร์เอเชียร่วมกับธนาคารกรุงเทพก็จะได้ใช้ในส่วนของทางลัดในการเช็คอินก่อนใคร เพราะเข้าใจว่าทำได้เฉพาะเที่ยวบินในประเทศ แต่ตรงเรื่องที่กระเป๋าจะออกมาก่อนนั้นบอกเลยว่าใช้ไม่ได้ เพราะสุดท้ายก็ออกมาพร้อมเพื่อน มีหนึ่งคนในทีมที่ได้กระเป๋าหลังสุดด้วยซ้ำไป

หลังจากขึ้นไปบนเครื่องแล้วก็ไม่มีอะไร ผู้โดยสารส่วนใหญ่ก็เป็นคนจีนหรือฮ่องกง มีผู้โดยสารต่างชาติเล็กน้อย และมีคนไทยอีกไม่กี่คน (แน่นอนว่าถ้าเลือกได้ก็คงไม่บินช่วงนี้เพราะมีการประท้วงกันอยู่) ช่วงเวลาสั่งอาหาร ผมสั่งชาไข่มุกมากิน ... ก็รสชาติปกติเลยนะ ไม่ได้อร่อยกว่าเจ้าอื่นบนดินเลย

จบจากนั้นก็อ่านหนังสือที่ซื้อมาจาก Asiabook ที่สนามบินภูเก็ตได้ 19 หน้า แน่นอนว่าลงจากเครื่องมาก็ไม่ได้อ่านแล้ว หลับไป นอนไป อ่านไป ก็ถึงสนามบินฮ่องกงพอดี ซึ่งเป็นสนามบินนานาชาติฮ่องกง มีประวัติม๊อบเคยบุกปิดสนามปินจนยกเลิกเที่ยวบินไปไม่นานมานี้เอง เป็นสนามบินที่บรรยากาศดูกลางเก่ากลางใหม่มาก แต่ลงเครื่องเสร็จเหมือนสนามบินวางโฟลวผู้โดยสารไว้ดีมาก คนฮ่องกงเข้าช่วงนี้ คนต่างประเทศเข้าช่องนี้ ก็เดินตาม ๆ กันไป ยื่นพาสปอร์ต ผ่าน ตม เสร็จเรียบร้อยก็ออกมารอญาติที่จะมารับเราเดินทางต่อเข้าฮ่องกง

ซึ่งการรีวิวหลังจากนี้ไม่มีประโยชน์สำหรับคนที่จะเดินทางด้วยตัวเองเลย เพราะว่าญาติพาไปหมดเลย ไอเลิฟมายญาติ จ่ายตังค์ให้ด้วย ชีวิตในฮ่องกงหนึ่งคืนกับอีกค่อนวัน จนไปจบที่ Huidong, Shenzhen วันที่สามของทริปก็ไม่ต้องจ่ายเงินสักบาทเลย ขอบคุณอีกครั้ง ซึ่งญาติท่านนี้คือ ภรรยาของลูกชายคนโตของน้องสาวคนที่สองของย่าผมเอง โดยครั้งล่าสุดที่ป้าเคยมาคือ 19 ปีแล้ว แต่ยังติดต่อโทรคุยกันเรื่อย ๆ จนติดต่อให้มารับได้ ซึ่งประจวบเหมาะกับเป็นเย็นวันศุกร์หลังเลิกงาน

โดยเดินออกมารถรถบัสเข้าเมืองฮ่องกงที่สาย A11 ลงรถบัสเดินต่อไปกินหมี่น้ำที่ร้านข้างทางหนึ่งชาม ก่อนเดินหาโรงแรมกันต่อ ที่ Mini Causeway Bay Hotel ซึ่งปากทางเข้าโรงแรมเล็กมาก เป็นทางเดินเข้าไปหนึ่งช่องพอมีคนสวนทางกัน สังเกตป้ายรูปตัวเอ็ม เข้าไปตรงช่องนั้นเลยครับ (Google Maps : Mini Causeway Bay) ห้องเป็นห้องเล็ก ๆ เกือบจะเท่าแคปซูลแล้ว แต่มีห้องน้ำในตัว เตียงเล็ก ๆ สองเตียงติดกัน ซึ่งต้องบอกว่าถ้าคนตัวใหญ่แบบผมจะรู้สึกอึดอัดมากทีเดียว ถ้ามีงบหน่อยแนะนำย้ายไปโรงแรมใหญ่ ๆ ดีกว่าครับ อีกอย่างถ้าเน้นพวกเครื่องอำนวยความสะดวกเนี่ย โรงแรมนี้จะไม่มีเลย เอาไว้นอนอย่างเดียวกับถ่ายรูปตรงล็อบบี้ด้านล่าง แต่ถ้าเน้นนอนตื่นไปเที่ยว แค่นี้ก็พอแล้วครับ

ส่วนราคาโรงแรมนี่ต้องบอกเลยว่า โชคดีในโชคร้ายที่จองโรงแรมช่วงมีม๊อบเพราะราคาโรงแรมถูกลงมาก ทำให้เฉลี่ยหารกันแล้วตกคนละไม่ถึง 1,000 บาท ยังไงก็เก็บไว้พิจารณาแล้วกันนะครับ

ร้านขนมเปี๊ยะซอย9
บรรยากาศคริสต์มาสที่เซนทรัลภูเก็ต 
พี่สาวคนโต กับป้าที่ไปร่วมทริปฮ่องกง/เซินเจิ้น/มาเก๊า ด้วยกัน ขณะที่กินร้าน Tai Hong Lou
ซุปสาหร่ายและซุปกิมจิแสนอร่อย
ทุกอย่างสั่งได้ไม่อั้นจนกว่าจะอิ่มจนอ้วก
หน้าร้านจ่วนเฮี้ยงสาขา 2 ที่รถทุกคนเข้ามาในซอยเพื่อกินติ๋มซำร้านนี้ อร่อยมาก 
ชานมไข่มุกของแอร์เอเชียที่ร่ำลือกันว่าอร่อยมาก แต่กินแล้วก็... ลงมากินข้างล่างก็ได้ 
บรรยากาศสนามบินฮ่องกงในช่วงคริสต์มาส หลังจากเดินรับกระเป๋าออกมาแล้ว
ทางเดินตรงนี้สวยมาก  
รอรสบัสเข้าเมืองกัน ไม่ต้องถามว่ารู้ได้ไง ญาติซื้อตั๋วให้ 
หมี่น้ำแวะกินก่อนเข้าโรงแรม ไม่รู้เรียกว่าอะไร ร้องไห้แล้ว
อ่านไม่ออก พูดไม่ได้ ไม่มีภาษาอังกฤษให้อีก 

ทางเข้าเป็นผนังปูนเปลือย ด้านข้างมีรูปตัวเองเล็ก ๆ

มุมหนึ่งของล็อบบี้โรงแรม Mini Causeway Bay

ห้องเล็กมากสำหรับหมูตัวใหญ่ ๆ 

ขนาดห้องมีแค่นี้เอง 

พักห้อง 205B แต่ละชั้นมีประมาณสิบห้อง แต่ละห้องก็เล็กอย่างที่เห็นเลย

No comments: