วันเสาร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569

Abigail [2024] เมื่อเหล่าอาชญากรถูกจ้างมารวมตัวให้ลักพาตัวเป้าหมาย ที่พวกเขาไม่รู้ว่านั่นคือลูกสาวแวมไพร์

 


ภาพยนตร์ตลกร้ายเรื่องนี้ เล่าถึงกลุ่มอาชญากรที่ถูกจ้างวานมาด้วยเงินคนละ 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อลักพาตัวเป้าหมายที่เป็นเด็กหญิงที่เป็นลูกสาวมหาเศรษฐีรายหนึ่ง ชื่อ เอบิเกล (Alisha Weir) ซึ่งพวกเขาวางแผนลักพาตัวเธอหลังจากที่เธอกลับจากซ้อมเต้นบัลเลต์ที่โรงละคร ซึ่งกลุ่มของโจรลักพาตัวกลุ่มนี้ถูกจ้างวานมาโดยไม่รู้จักกัน ซึ่งพวกเขามีความชำนาญแตกต่างกันไป เช่น แซมมี่ มีความสามารถในการเจาะระบบรักษาความปลอดภัยของบ้านที่เอบิเกลอาศัยอยู่ 

สุดท้าย พวกเขาลักพาตัวเอบิเกลไปได้ง่าย ๆ ซึ่งหลังจากนั้นพวกเขาพาตัวเอบิเกลไปยังคฤหาสน์เป้าหมาย ซึ่งเขาต้องอยู่ที่นี่ให้ครบ 24 ชั่วโมง โดยในระหว่างนั้นผู้จ้างวานหรือแลมเบิร์ตจะเจรจากับพ่อของเอบิเกลเพื่อให้เขานำเงินมาให้

แน่นอนว่าหากทุกอย่างจบง่าย ๆ คงไม่ใช่หนังเรื่องนี้ เรื่องราวความสยองเริ่มต้นขึ้นเมื่อ ดีน (Angus Cloud) ซึ่งทำหน้าที่เป็นพลขับพาทุกคนไปยังเป้าหมายนั้น เมื่อเขาลงไปที่ห้องครัว เขากลับถูกฆ่าตายโดยการฉีกร่างออกจากกัน ศีรษะของเขาหลุดจากลำตัว โดยร่องรอยการตายนั้นเหมือนสัตว์ร้ายหรือคนที่มีพละกำลังมากมากทำร้าย

โดยในระหว่างนั้น เอบิเกล ก็บอกชื่อของพ่อเธอ กับโจอี้ ที่เป็นหนึ่งในกลุ่มลักพาตัวที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลเอบิเกล (Melissa Barrera) ว่าพ่อของเธอคือ คริสตอฟ ลาซาร์ (Matthew Goode) ซึ่งพวกเขารู้จักดีว่า คริสตอฟ ลาซาร์ คือตัวพ่อในโลกมืด อำนาจของเขาครอบคลุมทุกอย่าง จนกระทั่งสามารถต่อกรกับเอฟบีไอได้ แน่นอนว่าพอพวกเขารู้อย่างนี้แล้วก็มีความคิดที่จะถอนตัวเกิดขึ้น แต่ด้วยอำนาจเงินที่ถูกจ้างมาคนละ 7 ล้านเหรียญก็ทำให้พวกเขาอยู่ต่อไป จบงานแล้วก็แยกย้ายไม่ต้องเจอกันอีก 

แต่เรื่องราวไม่จบง่าย ๆ เมื่อมีคนตายเพิ่มขึ้น คือ ริกเคิล (William Catlett) นักแม่นปืนไรเฟิล การตายของเขารอบนี้บอกแน่ชัดว่าน่าจะไม่ใช่คนธรรมดาที่ฆ่าเขา แต่พวกเขาสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นมือขวาของคริสตอฟ ลาซาร์ ที่ชื่อ วอลเดซ เป็นคนฆ่า ซึ่งวอลเดซน่าจะอยู่ที่นี่กับพวกเขาด้วย จนในที่สุด พวกเขาจึงไปถามเบาะแสจากเอบิเกลที่อยู่ห้องนอนด้านบน แน่นอนว่าเหมือนเอบิเกลเบื่อที่จะเล่นเกมแล้ว เธอปลดข้อมือตัวเองจากกุญแจมือ เปิดตัวด้วยท่าบัลเลตประกอบเพลงหงส์ดำ และแสยะยิ้มแยกเขี้ยวออกมาเหมือนสัตว์ป่า ณ ตอนนี้เองที่พวกเขารู้แน่ชัดว่า เป้าหมายของเขาคือแวมไพร์ 

พวกเขาที่เหลืออยู่หนีออกมาตั้งหลักกันด้านนอกและพยายามหนีออกไป แต่ออกไปไม่ได้ บ้านทั้งหลังถูกแผ่นเหล็กปิดไว้ทุกทางเข้าออก สิ่งที่พวกเขาทำได้คือ คาดหวังว่าเมื่อครบ 24 ชั่วโมงแล้วพวกเขาจะออกไปได้ หรือต้องหาวิธีกำจัดแวมไพร์ตามข้อมูลที่พวกเขารู้ อันแรกคือ แวมไพร์กลัวกลิ่นกระเทียม สองคือไม้กางเขน และสามหรือไม้แหลมสำหรับปักอกแวมไพร์

แฟรงค์ (Dan Stevens) อดีตนายตำรวจ นำทีมเพื่อนอาชญากรอีกสองคนขึ้นไปสู้กับเอบิเกล โดยอาวุธท้ังสามอย่าง แต่เหมือนตลกร้ายที่เอบิเกลไม่กลัวกระเทียม และยังจับไม้กางเขนแทงปีเตอร์ (Kevin Durand) อดีตนักรักบี้ผู้เป็นเจ้าของไม้กางเขนจนพรุนไปหมด ในขณะที่ไม้แหลมที่เตรียมไว้กลับกลายเป็นอาวุธให้เอบิเกลแทงขาของแฟรงค์จนต้องหนีลงมาด้านล่าง 

จนต่อมาโจอี้เสนอไอเดีย คือการใช้ยาสลบจัดการกับเอบิเกล และนำไปขังไว้ในกรงขังที่ติดกับห้องครัวด้านล่างคฤหาสน์ โดยเอบิเกลเล่นเกมโดยบอกว่า หากปล่อยเธอออกไป เอบิเกลจะไว้ชีวิตพวกเขาสองคน และเมื่อคุยกันอีก เธอบอกว่าจะไว้ชีวิตพวกเขาแค่คนเดียว 

พวกเขาพยายามหาทางออก โดยการหาแหล่งกำเนิดไฟฟ้าเพื่อปลดล็อกกำแพงเหล็กที่ขังพวกเขาเอาไว้ แต่ในระหว่างนั้น แซมมี่ที่ถูกเอบิเกลกัดแขน ดันกลายเป็นแวมไพร์ที่ถูกเอบิเกลควบคุมและฆ่าปีเตอร์ที่จับคู่ไปด้วยกัน จนกระทั่งแซมมี่กลายเป็นแวมไพร์เต็มตัว และถูกโจอี้ใช้ถาดแสตนเลสสะท้อนแสงอาทิตย์ไปโดนตัวแวมไพร์แซมมี่จนระเบิดออกไป

ระหว่างนั้นเอง ประตูห้องลับที่อยู่ในห้องสมุดก็ถุกเปิดออก แฟรงค์และโจอี้ที่เหลือรอดกันอยู่แค่สองคน เดินลึกเข้าไปเรื่อย ๆ จนเจอกับห้องควบคุม ที่ในห้องนั้นมีแลมเบิร์ต หรือผู้ประสานงานที่จ้างวานพวกเขามาลักพาตัวเอบิเกลไป

แลมเบิร์ตเฉลยว่าเขากลายเป็นแวมไพร์เมื่อสองปีก่อนและกลายเป็นทาสรับใช้เอบิเกล จัดหาศัตรูของคริสตอฟ ลาซาร์มาให้เธอฆ่า ซึ่งสันดานของเธอเป็นพวกชอบเล่นสนุกกับอาหาร ทำให้เกิดเกมการเอาตัวรอดแบบที่พวกเขาต้องเจอ 

สุดท้ายแลมเบิร์ตทำให้แฟรงค์กลายเป็นแวมไพร์ และดันถูกแฟรงค์ฆ่าเข้าให้ และแฟรงค์ยังต้องการล้างแค้นเอบิเกล โดยกัดเธอและดูดเลือดเธอออกมาให้หมด แต่เอบิเกลที่อ่อนแรงลงกลับร่วมมือกับโจอี้เพื่อต่อสู้กับแฟรงค์ จนสุดท้ายแฟรงค์ก็ถูกไม้ลิ่มปักหน้าอกจนร่างระเบิดออกมา ในขณะที่ทุกอย่างจะจบลง เหมือนตำรวจที่มาตอนผู้ร้ายตายแล้ว พ่อของเอบิเกล แวมไพร์ตัวพ่อผู้กุมอำนาจโลกมืดกลับปรากฎตัวออกมา ซึ่งโจอี้ก็โดนเอบิเกลช่วยไว้ให้เธอหลุดออกมาจากคฤหาสน์นั้นได้ในที่สุด

สุดท้ายแล้วแวมไพร์ไม่มีใครตาย อาชญากรที่ถูกจ้างวานมารวมถึงคนที่จ้างวานตายหมด ยกเว้นโจอี้

ส่วนตัวหนังเรื่องนี้เป็นหนังตลกร้ายเรื่องหนึ่ง โดยเฉพาะตอนที่เอบิเกลสู้กับอาชญากรโดยใช้ท่าเต้นบัลเลต์ในการต่อสู้นั้น มันดูเท่และแอบตลกไปพร้อมกันเลย ส่วนตัวคิดว่าสำหรับคนที่ชอบหนังแนวเอาชีวิตรอดแฟนตาซีต้องชอบหนังเรื่องนี้แน่นอน ถึงบางอย่างอาจจะดูขัดหูขัดตาไปบ้าง แต่ส่วนตัวก็ยังประทับใจกับพล็อตหนังเรื่องนี้อยู่





ไม่มีความคิดเห็น: