Saturday, December 14, 2019

อยากตายแต่ก็อยากกินต๊อกบกกี | ถึงชีวิตจะแย่ แต่ก็ยังมีของอร่อยเป็นความหวัง


หนังสือขายดีจากเกาหลีใต้ บันทึกระหว่างผู้เขียน แบ็กเซฮี ผู้มีอาการโรคซึมเศร้า กับจิตแพทย์ของเธอแปลโดย ญาณิศา จังตั้งสัจธรรม สิ่งที่ผมประทับใจเป็นสิ่งแรกคือ ชื่อหนังสือ "อยากตายแต่ก็อยากกินต๊อกบกกี" มันเป็นอะไรที่ทัชความรู้สึกของผมมาก ในวันที่แย่ ๆ ที่สุดของเรา โลกก็ยังมีของอร่อยรอเราอยู่

ผู้เขียนทำงานในสำนักพิมพ์ มีปัญหาด้านสุขภาพจิต เพราะเรื่องราวในครอบครัว ที่ทำให้เธอต้องโทษตัวเองตลอดมา หมักหมมจนกลายเป็นปัญหาใหญ่ กระทบต่อการทำงาน เกินความสามารถที่เธอจะแก้ไขด้วยตนเองได้ จนกระทั่งเธอไปพบจิตแพทย์ที่เหมาะสมกับตัวเอง เธอจึงได้วางแผนเขียนหนังสือเล่มนี้ออกมา เพราะเธอบอกว่าการที่เธอได้เล่าเรื่องราวตัวเองออกไปอย่างตรงไปตรงมา ทำให้เธอรู้สึกสบายใจและเป็นตัวเองอย่างที่สุด

ซึ่งเรื่องราวในหนังสือเล่มนี้ คล้ายกับบันทึกในการพบแพทย์ในทุกสัปดาห์ของเธอ ซึ่งแต่ละสัปดาห์เธอก็จะมีประเด็นให้พูดคุยแตกต่างออกไป ซึ่งจุดเด่นเลยที่ทำให้ผมชอบ คือ คำถามง่าย ๆ ที่จิตแพทย์ถามคุณแบ็กเซฮี เป็นคำถามที่น่าจะโดนใจใครหลายคน ให้กลับมาสำรวจตัวเองเช่นกัน ซึ่งคำถามที่โดนใจผมมากที่สุดคือ "สิ่งที่เป็นเป้าหมายและสิ่งที่ทำอยู่ทุกวันนี้เป็นความสุขของเราจริงหรือเปล่า" อ่านแล้วรู้สึกเหมือนสมองโดนกระแทก เพราะที่ผ่านมาใช้ชีวิตแบบไม่รู้เป้าหมายตัวเองเลยว่าชีวิตจะไปจบลงที่ไหน ได้แต่ใช้มันไปเรื่อย ๆ มีอะไรเข้ามาก็ทำมันไป ไม่ขวนขวาย ไม่โหยหา ไม่พัฒนาตัวเองเลยด้วยซ้ำ

บทสนทนาในหนังสือเล่มนี้จะพาคุณไปสำรวจตัวเองว่าคุณมีปัญหาทางความคิดอย่างไรบ้าง ชอบย้ำคิดย้ำทำ ชอบกดดันตัวเอง หรือมองตัวเองในด้านลบหรือไม่ จนถึงวิธีคิดและการแก้ปัญหาในแต่ละประเด็น แต่อย่าลืมว่า ผู้เขียนพบแพทย์เพื่อรับยาบำบัดอาการโรคซึมเศร้าด้วย หากอ่านหนังสือแล้วพบว่าปัญหาตัวเองหนักหนาสาหัสจนเกินจะเยียวยาด้วยการปรับแนวคิดหรือทัศนคติ ควรรีบไปพบแพทย์นะครับ

หนังสือราคา 199 บาท ผมซื้อที่ B2S เซนเฟสหาดใหญ่ ใครอยากสั่งออนไลน์สั่งได้ที่เว็บ B2S ลิงค์นี้เลยครับ "อยากตาย แต่ก็อยากกินต๊อกบกกี"





No comments: