Sunday, December 15, 2019

Hong Kong-Shenzhen-Macao | เดินทางต่อจากฮ่องกงไปเซินเจิ้น ยืนงงในดงชาวจีน


ตื่นเช้ามาที่โรงแรม Mini Causeway Bay เราก็อาบน้ำลงมาเช็คเอาท์ถ่ายรูปกันก่อนเลยครับ ต้องบอกว่าห้องโถงตรงล๊อบบี้กว้างขวางมากกว่าห้องพักอย่างเทียบไม่ติดเลย มีที่นั่งที่พักเยอะมาก จนคิดว่าจุดประสงค์ของโรงแรมคือต้องการให้แขกใช้พื้นที่ตรงนี้ทำกิจกรรมมากกว่า ส่วนในห้องพักนั้นไว้นอนอย่างเดียว

โดยญาติผู้แสนดีของเรา (น่ารักมาก ตอนเช้ามีไปซื้อข้าวเหนียวใส่หมูหยองมาให้เรากินด้วย) ก็พาเราเดินไปตามทางเดินในเมืองฮ่องกง ถ้าถามว่าย่านนี้เรียกว่าอะไร ต้องตอบว่าโนววว เดินตามญาติไป ปล่อยชีวิตไว้กับญาติ ซึ่งเขาพาเราไปกินอาหารเช้าที่ร้าน Fung Shing Restaurant ซึ่งดูเป็นร้านอาหารจีนแบบขายติ๋มซำที่มีแต่ผู้ใหญ่ไปกินกัน ไม่เห็นวัยรุ่นหรือชาวต่างชาติเลย นอกจากโต๊ะเรา เลยคิดว่าน่าจะเป็นร้านที่คนท้องถิ่นรู้จักมากกว่า

ส่วนความอร่อยก็ไม่ผิดหวังเลย ฮือ ทุกอย่างมาเป็นคำโต ๆ มาก ทุกอย่างเลยที่อร่อย และด้วยความที่สื่อสารกันไม่ค่อยได้ กลุ่มที่มาจากไทย มีป้าที่พูดฮักกา (จีนแคระ) ได้คล่อง ส่วนป้าอีกคนพูดไทยได้อย่างเดียว สามหน่อวัยรุ่นที่เหลือพูดไทยกับอังกฤษ ซึ่งก็สื่อสารกับเขาไม่ค่อยรู้เรื่องเหมือนกัน ทำให้ไม่ค่อยรู้ชื่ออาหารเลย ฮา กินไปก็บอกอร่อย ๆ แต่นั่นแหละ จำไม่ได้สักอย่าง เพราะเมนูอะไรก็ภาษาจีนหมดเลย 

กินเสร็จให้อั่งเปาหลานตัวน้อยไปแล้ว เราก็เดินลากประเป๋ามาขึ้นรถแทรมไปสถานีรถไฟเพื่อข้ามไปฝั่นจีนกันต่อ ซึ่งรถไฟที่เรานั่งกันจะเป็นรถไฟความเร็วสูงข้ามประเทศระหว่างฮ่องกงกับเซินเจิ้น ซึ่งนั่งรถแทรมไปสักระยะก็หิ้วกระเป๋า ลงและขึ้นบันไดประมาณตึกสองชั้น จะเป็น MTR สถานี Lowu ซึ่งขั้นตอนตรงนี้ เราต้องทำการซื้อตั๋วที่เป็นเหรียญคล้ายกับรถไฟฟ้าบ้านเรา จากนั้นก็นั่งรถไฟจากสถานีต้นทางไปปลายทางคือสถานี Luohu ซึ่งการนั่งรถไฟข้ามประเทศแบบนี้ ต้องผ่าน ตม อย่าลืมเขียนใบ ตม ก่อนไปตรวจพาสปอร์ตนะครับ

ซึ่งขั้นตอนนี้ต้องบอกว่าไม่รู้เลยครับว่าค่าตั๋วโดยสารเท่าไหร่ ถามญาติแล้วญาติโกรธเอา บอกว่ามาถึงที่แล้วจะออกเงินเองได้อย่างไร ไม่เจอกัน 19 ปี (หมายถึงป้าที่มาด้วย) ญาติเลยจัดการให้ทั้งหมดเลยครับ ส่วนพวกเรามีหน้าที่หิ้วกระเป๋าเดินทางเท่านั้นเอง กับทำหน้าตาเจี๋ยมเจี้ยมปลอดภัยตอนผ่านตม

เอาล่ะ ตอนออกจากสถานี Luohu ก็จะคล้ายบ้านเราเลยครับ มีรถแท็กซี่ กับคนขับรถมาขายโปรแกรมการเดินทาง ซึ่งพอเราถามราคาการเดินทางจากตรงนี้ไป Huidong นั้นพบว่าเหมาแล้วเกือบสี่พันกว่าบาทเลยครับ

สารภาพว่าเราไม่รู้เลยครับว่าบ้านญาติอยู่ Huidong มณฑลกวางตุ้ง ซึ่งจากเซินเจิ้นต้องนั่งรถบัสไปเกือบสามชั่วโมง สุดสุดไปเลย ตอนแรกป้าบอกว่าบ้านญาติเราอยู่เซินเจิ้นด้วยซ้ำ กลายเป็นว่าผิดแผนไปหมดเลยครับ ไม่ได้เตรียมตัวว่าจะไป Huidong ด้วย อีกอย่างถ้าเทียบฮุยดงในไทย ก็คือเมืองบ้านนอกนี่เองครับ ถึงแม้บ้านนอกของเขาจะเจริญกว่าบ้านนอกของเรามากก็ตาม 555

เอาล่ะ เราจะไปผจญภัยใน Huidong กันต่อครับ






ภาพตึกรามบ้านช่อง ของเขา เดินสบายมาก
หน้าร้าน Fung Shing Restaurant
มากันครบแล้วกก็ถ่ายรูปรวมระหว่างญาติฝั่งไทยกับจีนสักหน่อย 


จากที่อยู่ข้างล่างสุด คล้ายก๋วยเตี้ยวหลอด แต่ข้างในเป็นแผ่นแป้งม้วนทอดกรอบ มาแป้งมาห่ออีกรอบ อร่อยมาก กินแล้วเคี้ยวกรุบกรุบเลย หิว


เออ ตีนไก่นี้ก็อร่อย มีรสชาติเผ็ดนิดนิดกำลังดี
ขนมปังอันนั้นอร่อยมาก เคี้ยวกรุบ ๆ มีรสชาติที่แยกไม่ออก
เปาลาวาข้างในเป็นไส้เหมือนกูเดทามะ อร่อยมาก
อันนี้ข้างในเป็นไส้ผักทอด อร่อยเหมือนกัน 
แป้งทอดอร่อยมาก ข้างในมีเนื้ออร่อยด้วยนะ
ออกมาเดินลากกระเป๋ากันต่อเลย เพื่อไปขึ้นรถบัสไปสถานีรถไฟไปเซินเจิ้น
ประทับใจสัญญาณไฟ ทางม้าลาย สำหรับคนข้ามที่มีไฟสัญญาณชัดเจนมาก ไม่ต้องกลัวว่าไฟเขียวแล้ว รถจะไม่หยุด ข้ามเลย
ลาก ลาก ลาก 



ทีมรอรถแทรม 






ขึ้นรถบัสไป Huidong

No comments: