Thursday, February 28, 2019

สะพานไม้บานา | พักผ่อนที่ศาลากลางน้ำ นั่งเรือชมธรรมชาติ มองพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า


วันนี้หลังเลิกงานได้ไป สะพานไม้บานา ล่องเรือเลียบฝั่ง ดูพระอาทิตย์ตกดิน มีความสุขง่าย ๆ นึกไม่ออกว่าใกล้ตัวเมืองขนาดนี้ยังมีสถานที่ให้เที่ยวชมธรรมชาติที่สวยงามขนาดนี้อยู่ด้วย

สถานที่แห่งนี้น่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งไม้ที่ทางจังหวัดร่วมมือกับชาวบ้านในท้องถิ่นจัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวขึ้น โดยเน้นความยั่งยืนของธรรมชาติ โดยบริเวณนี้จะติดป้ายห้ามไม่ให้มีการนำอาหารขึ้นไปกินบนสะพาน และสังเกตอีกอย่างคือ ไม่มีรถพ่อค้าแม่ค้ามาขายของแถวนี้ ทำให้บริเวณนี้ยังสะอาดปราศจากขยะ น่าชื่นชมมาก

การเดินทางไปสะพานไม้บานา หากขับรถจาก ม.อ. ปัตตานี ให้ขับออกตรงมาทางด้านหลังมอ ตรงไปขึ้นสะพานเฉลิมพระเกียรติ ผ่านสี่แยกไฟแดงขับตรงไปจนถึงสามแยกตรงแหลมนก ให้เลี้ยวขวา ขับต่อไปอีกนิดให้เลี้ยวซ้าย ขับตรงไปอีกหน่อยจะเจอสะพานไม้บานาอยู่ทางซ้ายมือ ถ้านึกไม่ออกก็กูเกิ้ลแมพส์ได้เลย


กลุ่มเราอันประกอบไปด้วย หัวหน้าพี่นิด ผม น้องตี้ น้องดีน ลงจากรถก็มองซ้ายขวาเดินตรงไปยังสะพาน ตรงปลายสะพานจะมีที่จอดเรือและศาลาสะพานไม้บานาอยู่ เดินข้ามสะพานไม้ไผ่ตรงไปนั่งบนเก้าอี้ตรงนั้นลมแรงชิวดีมาก ให้นั่งจนพระอาทิตย์ตกยังได้เลย

ผมคำนึงถึงความชิว แต่ตัวหัวหน้านั้นได้ทำการสอบถามประวัติความเป็นมาของสถานที่ ค่าเช่าเรือ การเดินทางไปยังจุดอื่น เช่น ป่าโกงกาง แหลมตาชี หรือสถานที่อื่นว่าราคาเท่าไหร่ พร้อมหาเวลาว่าจะมาอีกครั้งกันเมื่อไหร่ ... 555

เสร็จจากศาลาสะพานไม้บานา เราก็มีนั่งเรือเลียบทะเลบานา จุดเช็คอินอันแรกคือ ศาลากลางน้ำที่ต้องนั่งเรือไปเท่านั้น ตรงนี้ก็ชิวมาก แสงกำลังสวย ลมกำลังสบาย และคลื่นไม่แรงมาก นั่งพักชมวิว คุยกับคุณลุงคนขับเรือสักพักก็นั่งเรือไปยังจุดต่อไป

ลงจากศาลากลางน้ำมาเราก็นั่งเรือต่อไปเลียบชายฝั่งบานา ดูธรรมชาติ ดูปลา ดูนก ดูพระอาทิตย์ที่กำลังตก ฟังเสียงลมพัด เสียงคลื่นที่กระทบเรือ เสียงเครื่องจักรเรือยนต์ที่กำลังเดินเครื่องอยู่ข้างหลัง รับรู้ได้ถึงความสงบของธรรมชาติแถวนี้

เสียดายที่นั่งเรือได้ไม่นานก็ต้องรีบกลับเนื่องจากมีเรืออีกลำมาตามคุณลุงให้กลับไปรับลูกค้าอีกกลุ่ม ซึ่งจุดที่เราขึ้นไม่ใช่จุดเดิม แต่นั่งเรือเลยไปอีกหน่อยจะเป็นท่าเรือที่ทำจากไม้ไผ่ทั้งหมด ต่อเป็นสะพานเดินข้ามไปยังฝั่งระยะทางประมาณสองสามร้อยเมตร 

หลังจากขึ้นท่าเราก็จ่ายเงินค่าโดยสารเรือคุณลุงกันคนละ 30 บาทนับว่าคุ้มค่ามากมาก เมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้รับในเย็นวันนี้

ซึ่งจุดตรงนี้ไปจนถึงสะพานไม้มีจุดให้ถ่ายรูปได้พอสมควร ใครที่ชอบถ่ายรูปก็จะมาเก็บรูปกันตรงนี้ ส่วนใครที่นั่งชมธรรมชาติก็สามารถมานั่งพักผ่อนตรงนี้ได้

ปล.จากตรงจุดนี้เราสามารถนั่งเรือไปยังป่าโกงกางที่ยะหริ่ง หรือล่องเรือชมแหลมตาชีได้ โดยคิดในราคาเหมา ลำเล็กประมาณ 700 ลำใหญ่ประมาณ 1400 แต่นั่งได้หลายคน หารกันก็คุ้มอยู่ไม่ได้แพงอะไร ใครที่ชอบนั่งเรือชมธรรมชาติแบบนี้ต้องมาลองครับ

































Tuesday, February 26, 2019

ชาบูบัง | เมนูเนื้อแสนอร่อยที่ตอบโจทย์การกินช่วงพักกลางวัน


วันนี้สมาชิกทีมกินได้รับโจทย์จากพี่จ๊ะว่าอยากกินเนื้อ ไปกินที่ไหนกันดี แต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องระยะเวลา และสถานที่ ที่ไม่สามารถกินตอนเย็นได้เพราะอาหารจะไม่ย่อย ไม่สามารถไปต่างจังหวัดได้เพราะไกล ใช้ระยะเวลามากกว่า 1 ชั่วโมงตอนพักกลางวัน สถานที่ที่ตอบโจทย์มากที่สุดคือ ชาบูบัง (อีกแล้ว)

บทความเก่าที่เพิ่งกินมาไม่เกิน 10 วัน : ชาบูบัง | ShabuBang ความอร่อยของชาบูเนื้อ บนถนนสายมอ

ออกจากที่ทำงานเที่ยงตรงก็รีบวิ่งขึ้นรถมอไซต์ขับกันออกมา เจอพนักงานกำลังเปิดประตูเหล็กหน้าร้านอยู่พอดีเลย ขำมาก นี่ถ้ามาเร็วกว่านี้คงต้องช่วยพนักงานจัดโต๊ะด้วย จากประสบการณ์เมื่อวันก่อน เราจึงรู้ว่าอะไรอร่อย วันนี้จึงสั่งแค่ชุดเนื้อไซส์ L บวกด้วยชุดเนื้อไซส์ M ไก่ทรงเครื่อง ชุดผักขนาดเล็ก ไข่ไก่เพิ่มอีกหนึ่งฟอง และสั่งซุปมิโซะ และโชยุมากินพร้อมกัน

รสชาติอาหารยังอร่อยเหมือนเดิม และการบริการวันนี้ยังไม่มีอะไรให้ขัดใจ แต่อาจจะเพราะเราเป็นลูกค้าโต๊ะเดียวในร้านก็เป็นได้ ราคาสำหรับสี่คนทานในครั้งนี้คือ 871 บาท ตกคนละ 220 บาทกลม ๆ ถือว่าจ่ายน้อยกว่าครั้งที่แล้วที่ตกคนละ 271 บาท แถมยังได้ทานแต่ของอร่อย ถือว่าคุ้มมากมาก

ปล.ตอนแรกมีความคิดจะสั่งผักแยก แต่สั่งไปสั่งมาสั่งแยกเหมือนจะแพงกว่าชุดผักเล็กที่ราคา 99 บาท เลยสั่งชุดผักแยกมาแทนครับ

สรุปว่าวันนี้ประทับใจ ไม่มีอะไรให้ติเลย ยกเว้นที่ร้านไม่มีปล่องดูดควัน ควันยังคงพุ่งเข้าหน้าเหมือนเดิม











Bualuang iBangking | การขอใบรับรองการซื้อ LTF/RMF ธนาคารกรุงเทพ เพื่อนำไปประกอบการยื่นภาษี แบบออนไลน์


ในช่วงนีสำหรับการเสียภาษี ก็เป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนที่มีรายได้ต้องทำการเสียภาษีกันถ้วนทั่วทุกตัวคน โดยเฉพาะอาชีพราชการที่ไม่สามารถหมกเม็ดได้เลย ต้องหาทางลดภาษีกันไป ซึ่งในปีที่ผ่านมา ผมได้ทำการซื้อกองทุน LTF/RMF เพื่อใช้ในการลดหย่อนและเก็บไว้กินตอนแก่

ซึ่งเมื่อต้องการนำมาลดหย่อนภาษี เอกสารที่เราต้องการคือ ใบรับรองการซื้อกองทุนเหล่านี้ ที่หากเรายื่นออนไลน์แล้วไม่ติดปัญหาอะไร สรรพากรไม่เรียกตรวจก็โอเค แต่เมื่อไหร่ที่สรรพากรขอดูเอกสารเพิ่มเติม เราต้องมีให้เขาดูแน่นอน เพื่อความรอบคอบแนะนำให้มีเก็บไว้ดีกว่าครับ

กองทุนในปีที่แล้วผมได้ทำการซื้อกับธนาคารกรุงเทพ หรือบัวหลวงไป สองตัว เป็น LTF และ RMF อย่างละตัว ซึ่งขาดทุนทั้งคู่เลย ตามสภาพของตลาดหลักทรัพย์ในประเทศ แต่กำไรอันแรกที่เราได้แน่นอนคือการนำมาลดหย่อนภาษี 

วิธีการในการขอใบรังรองการซื้อ LTF/RMF ของธนาคารกรุงเทพแบบออนไลน์ ซึ่งอันดับแรกที่เราต้องมีคือ Username และ Password ในการเข้าระบบ Bualuang iBanking ก่อน ซึ่งปกติตอนเราไปเปิดสมุดบัญชีที่ธนาคาร เขาจะให้เรามาอยู่แล้วครับ ถ้าลืมหรือทำหายแนะนำว่าให้เอาสมุดบัญชีไปติดต่อที่ธนาคารเพื่อขอรหัสผ่านเข้าระบบอีกครั้งครับ แต่ถ้าจะทำขนาดนั้นก็ไปขอใบรับรองการซื้อกองทุนมาด้วยเลยดีกว่า 555

ลิงค์สำหรับเข้าระบบธนาคารกรุงเทพ: Bualuang iBanking 

ซึ่งพอเปิดเข้ามาหน้าตาก็จะเป็นอย่างรูปแรก ให้ทำการกรอกรหัสผ่านเข้าใช้งาน เสร็จแล้วคลิกตกลงก็จะเข้าสู่ระบบ เสร็จแล้วให้กดตรงหัวข้อ Investment ถ้าเป็นภาษาไทยน่าจะเป็น การลงทุน ให้อ่านข้อตกลงในการเข้าใช้งานหมวดนี้สักนิด ก่อนคลิกตกลงด้านล่าง





กดเลือกข้อมูลตามตัวเลขที่บอกไว้ในภาพข้างบน
  1. เรายังคงอยู่ในหมวด Investment การลงทุน ไม่ต้องไปคลิกหัวข้ออื่นด้วยความสงสัยนะครับ
  2. คลิกเลือก Mutual Fund Document Service ที่ปรากฎบนแถบซ้ายด้านล่าง
  3. เลือกปุ่ม Download Certificate of RMF/LTF Purchase
  4. เลือกบัญชีที่ทำการซื้อ ซึ่งคนปกติจะมีบัญชีเดียว มันจะขึ้นให้อัตโนมัติ
  5. เลือกปีที่เราต้องการใช้ใบรับรองนี้ ซึ่งมันจะมีย้อนหลังให้เราด้วยไล่ไปตั้งแต่ 2018, 2017, 2016 ... อยากโหลดเก็บปีไหนก็โหลดได้เลยครับ
  6. กดยืนยัน Confirm ก็จะปรากฎข้อมูลด้านล่างครับ ว่าในปีที่ผ่านมา เราซื้อกองทุนตัวไหนไว้บ้าง
  7. กดปุ่มดาวน์โหลดด้านหลัง เราก็จะได้ใบรับรองการซื้อกองทุนมาเก็บไว้แล้ว ง่ายมากมาก
ส่วนข้อมูลอื่น ๆ เช่น ข้อมูลซื้อขายกองทุนระหว่างปีที่ผ่านมา หรือยอดที่ยกมาจากปีก่อนหน้านี้ กำไรขาดทุนเท่าไหร่ ก็ปรากฎในเอกสารฉบับนี้เช่นกัน เรียกได้ว่าสรุปผลการลงทุนให้เราทราบในหน้าเดียวเลยครับ

สำหรับใครที่ขาดทุนก็อย่าเพิ่งเสียใจไปนะครับ เพราะกองทุนแบบนี้ ถือในระยะยาว อีกห้าปี อาจจะได้กำไรก็ได้ แต่ถ้าขาดทุนก็ตัวใครตัวมันครับ 

สุดท้ายนี้หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์กับผู้อ่านทุกท่านครับ

Monday, February 25, 2019

KINTA | ร้านชานมเปิดใหม่ของเมืองยะลา


KINTA ร้านชานมไข่มุกเปิดหม่ที่อยู่บนถนนกาญจนา 2 เมืองยะลา ซึ่งเป็นร้านเครื่องดื่มที่กินต่อจากร้านเนื้อแท้ ที่ตอนแรกดูจากเพจ Kinta Milk Tea แล้วนึกว่าเป็นร้านนั่งขนาดใหญ่ แต่พอมาถึงร้านแล้วกลับเป็นบู๊ทขนาดประมาณ 2x2 เมตร ตั้งอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่ง

แต่เมื่อมาถึงแล้วก็ต้องลองกันหน่อย เมนูที่วัดความอร่อยของร้านเครื่องดื่มได้ คือเมนูสุดเบสิคอย่างชานมไข่มุก ที่สั่งกันทั้งสามคนเลย โดยราคาของร้านนี้อยู่ที่แก้วละ 35 บาท สามแก้ว 105 บาท โดยเมนูอื่น ๆ ราคาอยู่ในช่วง 30-50 บาท

ชาไข่มุกที่กินตอนแรกมีความคิดจะสั่งหวานน้อย แต่เมื่อคุยกับพนักงานแล้ว น้องเขาแนะนำให้สั่งแบบออริจินอลของทางร้านก่อน เพื่อจะดูว่าชอบหรือไม่ชอบ ซึ่งพอสั่งมาแล้วก็พบว่าหวานมากเกินไป ถ้ามีโอกาสมาอีกครั้ง ต้องขอหวานน้อยก่อนเลย

ส่วนองค์ประกอบอื่น เช่น รสชาติของชา ความกรุบความอร่อยของไข่มุก พบว่าเข้าเกณฑ์ดี กินได้ซ้ำไม่ติดใจอะไร