Friday, December 28, 2018

Black Mirror: The National Anthem (S1E1) Prime Minister and a Pig


ดูจนได้ ซีรีส์ Black Mirror ซีรีส์ต้นฉบับจากเน็ตฟลิกซ์ ที่รุ่นน้องเคยบอกว่า เป็นซีรีส์ที่เกี่ยวกับโซเชียลมีเดีย คำว่า Black Mirror คือหน้าจอของอุปกรณ์ที่เราเล่นโซเชียลนั่นเอง เมื่อเราปิดจอก็จะเกิดหน้าจอสีดำเห็นเงาของเราข้างใน

เริ่มดูที่ซีซัน 1 เอพิโซด 1 กันเลยกับตอน The National Anthem ซึ่งเป็นตอนที่ตอนนี้เน็ตฟลิกซ์กำลังโปรโมทหนักมากลงสื่อต่าง ๆ ว่ามีการลักพาตัวเจ้าหญิงอังกฤษที่เรียกว่า เจ้าหญิงซูซานน่า (Princess Susannah) เจ้าหญิงอันเป็นที่รักของประชาชน

ได้มีคลิปวิดีโออัพโหลดขึ้นยูทูป บังคับให้เจ้าหญิงอ่านข้อเรียกร้องจากโจรลักพาตัว ซึ่งมีเพียงข้อเดียวคือ ต้องการให้นายกรัฐมนตรีของอังกฤษมีเพศสัมพันธ์กับหมูตอนบ่ายสี่โมงเย็นของวันนี้ ... โดยการถ่ายทอดสดออกทีวี

คลิปวิดีโอนี้ได้เผยแพร่ออกไปทั่วโลกโซเชียล ถึงตอนแรกคนจะไม่เห็นด้วยที่จะให้นายกรัฐมนตรีของตนมีเซ็กส์กับหมูเพื่อช่วยเจ้าหญิง แต่ในตอนบ่ายวันนั้นเองที่มีคลิปออกมาว่าเจ้าหญิงถูกตัดนิ้ว ทำให้ประชาชนจำนวนมากของเกาะอังกฤษเปลี่ยนความเห็น ส่วนใหญ่เห็นพ้องว่านายกฯ ควรช่วยเจ้าหญิงถึงแม้ว่านั่นจะทำให้เขาต้องมีเซ็กส์กับหมูก็ตาม

...

ถึงแม้รัฐบาลจะขอความร่วมมือไม่ให้ประชาชนดูทีวีในช่วงเวลาดังกล่าว แต่ทุกคนล้วนดู บนท้องถนนเงียบสงบเพราะเป็นช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์ที่คนระดับนายกรัฐมนตรีจะมีเซ็กส์กับหมูให้คนทั่วไปดู ถึงแม้จะเพื่อเป็นการช่วยเจ้าหญิงก็ตาม

อย่างไรก็ตามเหตุการณ์นี้ดูเหมือนจะมีเบื้องลึกเบื้องหลังมากกว่าการลักพาตัวธรรมดา ไม่มีใครรู้เหตุผลว่าโจรลักพาตัวทำไปเพื่ออะไร ...

ถ้าคุณอยากรู้ว่าจุดจบของนายกรัฐมนตรีกับหมูเป็นอย่างไรต้องดูครับ




Wednesday, December 26, 2018

You (2018)


เรื่องของ Joe Goldberg ชายหนุ่มผู้ตกหลุมรักแรกพบกับหญิงสาว Guinevere Beck ซึ่งเขาใช้ทุกวิถีทางในการเรียนรู้การเป็นเธอ ตั้งแต่เข้าถึงข้อมูลในโซเชียลเน็ตเวิร์ค ติดตามเธอไปทุกที่ แม้กระทั่งยอมฆ๋าผู้ชายคนอื่นที่เบคกำลังติดพันอยู่ด้วย

ผู้ชายคนนี้เป็นสตอล์คเกอร์สมบูรณ์แบบ คิดว่าผู้ชายทุกคนที่เบคคบ เพื่อนที่เธอคบหาด้วยไม่เหมาะกับเธอ เขาจึงทำทุกทางเพื่อจะเข้าไปในชีวิตของเบค เป็นแฟนหนุ่มที่สมบูรณ์แบบของเธอ ตามประโยคที่ว่า I am not a maybe, I am the One.

ต้องบอกว่าผมคาดหวังกับซีรีส์เรื่องนี้พอสมควร เพราะมีการโหมโปรโมทจ้างอินฟลูเอนเซอร์ในทวิตเตอร์ ด้วยแท็ก #YouNetflix และแน่นอนตัวอย่างของหนังเรื่องนี้น่าสนใจมาก ดูจะออกแนวเขย่าขวัญสั่นประสาท

แต่...

เปล่าเลย...

สามตอนแรกของซีรีส์เรื่องนี้จัดว่าเข้าขั้นน่าเบื่อมาก ... ถึงจะบอกว่าเป็นช่วงปฐมบทก็ตาม ปูพื้นเรื่องนำไปสู่ความสยองขวัญต่าง ๆ แต่... บอกเลยว่าเล่าได้แย่มาก คุณไม่สามารถจูงใจให้คนดูดูต่อไปได้ จากหนึ่งไปสอง สองไปสาม สามไปสี่จนจบ อันที่จริงอยากจะหยุดดูตั้งแต่ตอนแรกแล้วเพราะคาแรคเตอร์ของพระเอกที่ออกแนวฉลาด โรคจิต หลอนประสาทนั้น ความจริงแล้วคือ

ลูซเซอร์ ... ถึงหนังจะไม่ได้บอกว่าแบบนั้น แต่ผมมองเป็นแบบนี้

เอาเป็นว่า คนชอบดูหนังแนว Thriller อย่างผมไม่สามารถดูต่อได้แล้ว ...บ๊ายบายครับ


Tuesday, December 25, 2018

Bad Day for the Cut (2017) การล้างแค้นอยู่ในสายเลือด


Bad Day For The Cut หนังตามล่าล้างแค้นที่คาดเดาอะไรไม่ได้เลย ต่างไปจากหนังล้างแค้นสูตรสำเร็จที่เคยดูมาก่อนหน้านี้ทั้งหมด

หนังเล่าถึง โดนัล ชายวัยกลางคนที่อาศัยอยู่กับแม่ของเขา ทุ่มชีวิตให้กับการดูแลแม่ เพราะครอบครัวเหลือกันอยู่แค่สองคน แต่อยู่มาวันหนึ่งขณะที่เขานอนหลับอยู่ในโรงรถ แม่ของเขาถูกคนบุกเข้ามาทำร้ายจนเสียชีวิต

เรื่องราวน่าจะเป็นการเข้าใจผิดธรรมดา ผิดฝา ผิดตัว แต่จริงจริงแล้วเรื่องราวกลับไม่ใช่อย่างนั้น ฆาตกรกลับส่งคนมาฆ่าเขาอีก ทำให้เขาได้กลิ่นความผิดปกติของเรื่อง และเดินเกมแก้แค้นแทนแม่ของเขา

หนังล้างแค้นเรื่องนี้ ไม่ได้เล่าตามแบบฉบับหนังทั่วไป ที่มีสเกลยิ่งใหญ่อลังการ มันคือการล้างแค้นของชายวัยกลางคนชาวสวนธรรมดา ที่ไม่ได้พอจะล้างแค้นก็ไปฝึกศิลปะการต่อสู้ วิ่งลากล้อรถสิบล้อ แต่คือการสู้กับของคนที่ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว การต่อสู้ของคนที่ไม่มีบ้านให้กลับ เพราะหลังจากที่แม่ของเขาเสียชีวิต เขาก็เหลือตัวคนเดียวไม่เหลือใครอีกแล้ว

สิ่งที่ชอบคือความธรรมดาของหนัง ที่เล่าไม่ได้โอเวอร์มาก ชอบอาวุธของโดนัลที่เน้นอาวุธในครัวเรือนแบบเตารีด หรือไม้ก็หม้อต้ม

ฉากที่สยองที่สุดคือเอาเตารีดที่เปิดไฟจนสุดนาบไข่ (55) ไม่มีการตายที่ทรมาน หรือ ฉากเลือดท่วมเละเทะอย่างซีรีส์หนังล้างแค้น The Slasher: Guilty Party

ลองไปไล่อ่านคำวิจารณ์ในเว็บต่างประเทศต่างก็มองเรื่องนี้เป็นบวกทั้งหมด แต่ส่วนตัวผมมองว่าหนังดำเนินเรื่องไม่ได้ระทึกเท่าที่ควรจะเป็น ทำให้อาจจะมีบางช่วงที่คุณเบื่อได้บ้าง แต่ถ้าสนใจก็ไปชมกันได้ที่เน็ตฟลิกซ์ Bad Day for the Cut




Monday, December 24, 2018

Slasher: Guilty Party งานเลี้ยงคนบาป


ซีรีส์ฆาตกรรมสุดโหด แสลชเชอร์ ซีซันสอง ชื่อ Guilty Party หรืองานเลี้ยงคนบาป

กลุ่มเพื่อนห้าคนได้แก่ โนอาห์ ดอว์น ปีเตอร์ แอนดี้ และซูซาน ได้ย้อนกลับไปยังสถานที่ตั้งแคมป์ฤดูร้อนเมื่อห้าปีก่อน ที่ตอนนี้กำลังจะถูกซื้อสร้างเป็นรีสอร์ท เพื่อไปทำลายหลักฐานความชั่วร้ายในอดีตที่ตัวเองเคยทำไว้

เมื่อห้าปีที่แล้วพวกเขาทั้งห้าคนได้ร่วมมือกันวางแผนเพื่อจะสั่งสอนเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่ง ที่รู้จักกันตอนเป็นอาสาสมัครในแคมป์ด้วยกัน คือ ทัลเวนเดอร์ แต่เหตุการณ์เลยเถิดจนกลายเป็นเหตุฆาตกรรม

สาเหตุที่ทั้งห้าคนร่วมกันวางแผนสั่งสอน เพราะทัลเวนเดอร์ ได้ทำร้ายทุกคนก่อน เช่น เอาความลับของดอว์นไปเปิดเผยให้กับคนที่เธอชอบ จนทำให้เธออกหัก กุมความลับของโนอาห์ที่ว่าเขาช่วยตัวเองกับถุงเท้าทุกคืน หลอกว่าซูซานกลั่นแกล้งเธอทั้งที่จริงเธอทำตัวเอง ไปมีความสัมพันธ์กับปีเตอร์แฟนของแอนดี้ จนทำให้ทั้งคู่เลิกกัน และนี่กลายมาเป็นสาเหตุที่เธอต้องตาย

การกลับมาครั้งนี้ สถานที่ตั้งแคมป์ฤดูร้อนได้กลายเป็นบ้านพักของกลุ่มคนที่หนีความวุ่นวายของโลกภายนอกเข้ามาบำบัดตัวบำบัดใจที่นี่ เล่นโยคะ ฝึกสมาธิ กินอาหารชีวจิตเพื่อสุขภาพ ชื่อว่า "We Live as One"

พวกเขาทั้งห้าได้กลับไปยังที่ที่ฝังร่างของทัลเวนเดอร์ไว้ แต่กลับพบว่าศพของเธอหายไปแล้ว นั่นหมายถึงว่ามีคนรู้เรื่องพวกนี้ และในคืนนั้นเอง ที่มีคนตาด้วยวิธีที่โหดเหี้ยมอำมหิต พวกเขาไม่สามารถหนีไปที่ไหนได้ เพราะมีพายุหิมะ สายโทรศัพท์ถูกตัดขาด

ทุกคืน ทุกวันมีคนตายถูกยิงตาย ถูกเผาทั้งเป็น ถูกเลื่อยจนเสียชีวิต เป็นต้น ความโหดเหี้ยมอำมหิตนี้มีสาเหตุมาจากการล้างแค้นการเสียชีวิตของทัลเวนเดอร์

ฆาตกรคือคนในกลุ่มที่ติดอยู่บนเขาด้วยกันแห่งนี้ พวกเขาต้องรีบหาฆาตกรให้เจอ ก่อนที่จะตายกันหมด

ซีรีส์เล่าด้วยความโหด เห็นฉากตัดเฉือน หลายฉากที่ใช้ความรุนแรงมากกว่าปกติ คนที่มีจิตใจอ่อนไหวไม่ควรดู



Sunday, December 23, 2018

The Confession Tapes: True East เมื่อลูกชายและเพื่อนถูกสงสัยว่าเป็นฆาตกรฆ่าสังหารครอบครัวของตน


The Confession Tapes เป็นซีรีส์สารคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นจริง ถูกสร้างโดยเน็ตฟลิกซ์ ซีซันแรกมี 7 ตอน สองตอนแรก คือ True East ซึ่งเนื้อหาได้ถูกแบ่งเป็น 2 ตอน (EP 1 และ 2)

True East เล่าถึงคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นในปีค.ศ. 1994 ได้เกิดเหตุสังหาร 3 ชีวิตของครบครัว Rafay คือ พ่อแม่และลูกสาว โดยลูกชาย Atif Rafey และเพื่อนคือ Sebastian Burns ที่ตอนนั้นมีอายุแค่ 18 ปี ถูกสงสัยว่าเป็นฆาตกร

หลักฐานที่มีในที่เกิดเหตุ ได้แก่ ลายนิ้วมือ อาวุธที่ใช้ก่อเหตุฆาตกรรม การพิสูจน์ DNA ไม่สามารถบ่งชี้ว่าทั้งคู่เป็นฆาตกร อีกทั้งยังมีพยานหลักฐานว่าพวกเขาไม่อยู่ในบ้านตอนที่เกิดเหตุ แต่ตำรวจอเมริกายังสงสัยว่าพวกเขาคือฆาตกร เพราะการแสดงออกของทั้งคู่ผิดปกติ โดยเฉพาะครอบครัวราเฟย์เป็นมุสลิม หากเสียชีวิตต้องทำพิธีกรรมฝังศพภายใน 3 วัน แต่ตัว Atif Rafey ผู้รู้เรื่องนี้ดีกลับไม่ปรากฎตัวในพิธีศพของครอบครัว

หลังจากเกิดเหตุฆาตกรรม ทั้งคู่ที่เป็นชาวแคนาดา ได้บินกลับไปอาศัยและใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น เพราะตำรวจไม่สามารถหาหลักฐานพิสูจน์ได้ว่าทั้งคู่คือฆาตกร FBI จึงได้ติดต่อกับหน่วยงาน  Royal Canadian Mounted Police (RCMP) ซึ่งทำหน้าที่คล้ายกับเอฟบีไอของสหรัฐ เพื่อใช้วิธีในการสร้างสถานการณ์ว่ามีกลุ่มอาชญากรเข้าถึงตัววัยรุ่นทั้งคู่ สร้างตัวตนคือ Mr.Big เพื่อเข้าไปข่มขู่รวมถึงสร้างสถานการณ์เพื่อให้ได้เทปสารภาพออกมา ซึ่งวิธีการนี้ผิดกฎหมายของสหรัฐอเมริกาเนื่องจากผู้กระทำความผิดไม่ได้สารภาพบนพื้นฐานของ Free คือปราศจากความกดดัน หรือการบังคับขู่เข็ญต่าง ๆ อาจทำให้คำสารภาพที่ออกมาจากวิธีนี้ผิดพลาดได้

RCMP โดย Mr.Big ได้สร้างสถานการณ์ว่าทั้งคู่กำลังโดนตำรวจอเมริกาตามล่าตัว เนื่องจากตำรวจได้หลักฐานในการฆาตกรรมที่บ่งชี้ว่าทั้งคู่เป็นผู้ต้องหาได้ครบแล้ว หากทั้งคู่สารภาพ มิสเตอร์บิ๊กคนนี้ก็จะช่วยให้ทั้งคู่รอดพ้นจากการถูกจับเข้าคุกได้ (คล้ายกับการที่ตำรวจซ้อมผู้ต้องหาให้สารภาพ แต่ใช้วิธีที่ซับซ้อนกว่ามาก)

เทปสารภาพนี้เองที่เป็นสาเหตุในการจับตัวของทั้งคู่ในแคนาดา แล้วมารับความผิดในสหรัฐ ที่ถึงแม้จะยังไม่มีหลักฐานอื่น ที่บอกชัดว่าเขาเป็นฆาตกร แต่คณะลูกขุนตัดสินว่าเขามีความผิด เนื่องจากหากไม่ได้ทำจริงก็ไม่ควรสารภาพว่าฆ่าพ่อแม่ตัวเอง ดังนั้นทั้งคู่ถูกตัดสินให้จำคุกตลอดชีวิต ถึงแม้ทั้งคู่จะยืนยันว่าพวกเขาบริสุทธิ์ก็ตาม






Saturday, December 22, 2018

Bumblebee (2018) การกลับมาอย่างยอดเยี่ยมของสงครามหุ่นกล จุดเริ่มต้นของสงครามระหว่าง Autobots และ Decepticons


Bumblebee หนังต้อนรับการกลับมาของทรานสฟอร์มเมอร์ จากเนื้อเรื่องในภาคก่อน ๆ ดูไปได้แค่ภาคสองภาคสาม ก่อนที่เนื้อเรื่องในความเห็นของผมออกทะเลไปไกลมาก เลยไม่ได้ดูต่อจนครบทุกภาค พอเป็นการกลับมาของเจ้า Bumblebee เจ้าหุ่นเหลืองตัวเล็กน่ารัก เลยตัดสินใจกลับไปดูอีกครั้ง

ขอบอกก่อนว่าหนังเรื่องนี้ได้คะแนนที่ดีเยี่ยมจากทั้งสองเว็บหลัก คือ IMDb 7.3 คะแนน และมะเขือเน่าที่ได้คะแนน Tomatometer 94% และ Audience Score 81% ซึ่งพอเข้าไปดูแล้วคะแนนไม่ได้หลอกเราเลย การกลับมาครั้งนี้ยอดเยี่ยมและเล่าเรื่องได้สมบูรณ์มาก

การพบกันระหว่างชาร์ลี วัตสัน เด็กสาวผู้คิดว่าตนเองแปลกแยกจากครอบครัว กับบัมเบิ้ลบี ออโต้บอทผู้สูญเสียความทรงจำจากการต่อสู้ กลายสภาพเป็นรถเต่าคันเก่า ๆ การเจอกันของทั้งสองนำมาสู่การเติมเต็มความรู้สึกของกันและกัน ทั้งคู่ต่างก็คิดว่าอีกฝ่ายคือครอบครัวของตน

ในขณะเนื้อเรื่องฉากหลังที่ตามมาหลอกหลอนบัมเบิ้ลบี คือสงครามระหว่าง Autobots และ Decepticons ที่เหล่าดีเซปติคอนส์ยังคงตามล่าออโต้บอทเพื่อกวาดล้างเหล่ากบฎให้หมด โดยมีเป้าหมายหลักคือ Optimus prime ผู้นำของออโต้บอทเป็นเป้าหมายสำคัญที่ต้องทำลายให้จงได้ โดยคราวนี้บัมเบิ้ลบีคือเบาะแสสำคัญเพื่อนำไปสู่ตัวออฟติมัสไพรม์

สงครามล่าล้างจักรวาลของทั้งสองนำโลกเข้าไปเกี่ยวพันด้วย ในฐานะที่จะเป็นฐานทัพของออโต้บอทในอนาคต จึงมีการต่อสู้กันสามฝ่าย คือ มนุษย์ ดีเซปติคอนส์ และเหล่าออโต้บอทต่อไป

ต้องขอชมว่าหนังไม่ได้เน้นการต่อสู้ที่ระเบิดเถิดเทิง อาจจะเพราะได้ผู้กำกับคนใหม่คือ Travis Knight มาแทนที่ Michael Bay ผู้กำกับคนเดิม ที่สมัยก่อนสร้างความตื่นตาตื่นใจกับฉากระเบิดภูเขาเผากระท่อมมาก่อนหน้านี้ 

ตัวหนังเน้นความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร บัมเบิลบี และชาร์ลี วัตสัน มากกว่าสงครามระหว่างหุ่นกล ทำให้หนังมีมิติมากขึ้น การผูกปมคลายปมในหนัง ดราม่าครอบครัวต่าง ๆ ล้วนคลี่คลายไม่ทิ้งเป็นปมไว้ในหัว เป็นการจบที่สมบูรณ์ของหนังเรื่องนี้ จนไม่อยากให้มีภาคต่อออกมาเลย

แต่ถ้าถามว่ามีภาคต่อจะดูไหม ก็ต้องดู! 







Friday, December 21, 2018

Bird Box (2018) เห็นแล้วต้องตาย


สัตว์ประหลาดที่เห็นแล้วต้องตาย Bird Box เป็นหนังต้นฉบับจากเน็ตฟลิกซ์ที่นำแสดงโดย Sandra Bullock กับลูกลูกทั้งสองคนของเธอในภาพยนตร์

หนังมาแนว A Quiet Place ดินแดนไร้เสียง ที่เข้าฉายเมื่อกลางปีในบ้านเรา ข้อแตกต่างระหว่างหนังทั้งสองคือ สัตว์ประหลาดใน Bird Box นั้นไม่เปิดเผยตัวตนออกมาให้ผู้ชมได้เห็น แต่จะมีฉากที่สาวกได้วาดรูปมันออกมา ซึ่งยังคงไม่ชัดเจนเท่ากับหนังดินแดนไร้เสียงที่ตัวหนังทำให้เราเห็นสัตว์ประหลาดชัดเจน

สัตว์ประหลาดใน Bird Box จะทำให้ทุกคนที่เห็นมันต้องตาย (ส่วนใหญ่) โดยไม่จำเป็นต้องสัมผัสตัวหรือใดใดทั้งสิ้น แต่ในดินแดนไร้เสียง สัตว์ประหลาดจะไวต่อเสียง ซึ่งถ้ามนุษย์คนไหนส่งเสียงดังทำให้สัตว์ประหลาดได้ยินก็จะโดนมันล่า

ความจริงแล้วการไม่เปิดเผยสัตว์ประหลาดในเรื่องนี้นับเป็นสิ่งที่ดี เพราะถึงแม้จะเห็นเราก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่เห็นจริงจริงนั้นเป็นตัวมันเองหรือไม่ เทำให้จินตนาการของผู้ชมได้เตลิดไปไกลมากขึ้นอีก สารภาพว่าตอนดูดินแดนไร้เสียง ตอนเห็นสัตว์ประหลาดก็ผิดหวังไปเยอะดีเดียว

ส่วนตัวคิดว่าสิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้น่าดูคือ ความเป็นแม่ของ ซานดร้า นักแสดงนำของเรื่อง ที่แสดงบทบาทความเป็นแม่ออกมาได้หลายมิติ ถึงแม้ภาพยนตร์จะทำให้บุคลิกของเธอแข็ง ๆ เพื่อเอาตัวรอดได้ แต่ในบทบาทที่เธอต้องระเบิดความเป็นแม่ออกมานับว่าเธอทำได้ดี จนผมน้ำตาซึมเลย

ซึ่งการหนีเอาตัวรอดของสามแม่ลูกนี้เอง เป็นความกดดันอย่างมากต่อคนดูอย่างเราเรา เพราะต้องลุ้นตลอดว่าเธอจะรอดหรือไม่ จะโดนสัตว์ประหลาดหรือความโหดเหี้ยมของมนุษย์จัดการก่อนกัน และจะมีใครตายหรือไม่

ต้องบอกว่าหนังเล่าได้ดี ถึงแม้จะเป็นการเล่ากลับไปมาระหว่างเหตุการณ์ตั้งแต่จุดเริ่มต้นตอนที่สัตว์ประหลาดบุก กับตอนปัจจุบันที่เธอต้องขึ้นเรือล่องไปตามแม่น้ำทั้งที่ปิดตาอยู่ เป็นการประสานพร้อมเปิดเผยปมบางอย่าง รวมถึงสิ่งที่เธอต้องแบกรับไว้กว่าจะมาถึงจุดนี้ (กดดันมาก)

ตอนจบของเรื่องทำเอาผมคาดไม่ถึงเหมือนกัน แต่ขอชมว่าจบได้ดีกว่าดินแดนไร้เสียงมาก และตอนนี้ทุกคนสามารถรับชมเรื่องนี้ได้ทางเน็ตฟลิกซ์ Netflix: Bird Box








Tuesday, December 18, 2018

The Invisible Guest (2016) กะเทาะสันดานมนุษย์ผ่านการเล่าเรื่องที่เฉียบขาด


ก่อนอื่นเลยต้องขอบคุณน้องโดม (Tokyo Dominique) ที่แนะนำหนังเรื่องนี้ให้ดู น้องกำชับว่าต้องดูให้ได้ และต้องตั้งใจดูด้วย

ถ้าคุณเคยอ่านบทความที่ผมเขียนถึงหนังเกาหลีเรื่อง Forgotten ที่ผมชมว่าเป็นหนังพล็อตทวิสต์ดีที่สุดเท่าที่เคยดูมา ตอนนี้ผมขอเปลี่ยนความคิด ผมยกให้หนังเรื่องนี้ The Invisible Guest เป็นหนังพล็อตทวิสต์อันดับหนึ่งแทน Forgotten

สิ่งที่ชอบที่สุดของหนังเรื่องนี้ คือการเล่าเรื่อง ที่เปรียบเสมือนโยนสมองเราเข้าสู่เตาบด ค่อย ๆ บดความคิดเราทีละเล็กละน้อย เมื่อไหร่ที่เราคิดว่า "อ๋อ! เข้าใจแล้ว เรื่องมันเป็นอย่างนี้เอง" หนังก็จะตบหน้าเราแล้วบอกว่า "คุณคิดผิด" พร้อมกับเล่ามุมที่ต่างออกไป ทำให้ผมต้องตั้งใจดูอัตโนมัติ เพราะถึงแม้จะดูในเน็ตฟลิกซ์แต่ถ้าต้องกดย้อนกลับมาดูใหม่บ่อย ๆ คงไม่สนุก และเมื่อดูจบ สมองคุณเละเป็นโจ๊กแน่นอน

ผมไปอาบน้ำซึมซับกับสิ่งที่ได้มาก่อนที่จะมาเขียนบทความอันนี้ ..

เอเดรียน นักธุรกิจหนุ่มที่อยู่ในช่วงจุดสูงสุดของชีวิตการทำงาน ได้รางวัลนักธุรกิจยอดเยี่ยมแห่งปี บริษัทของเขากำลังเข้าร่วมทุนในตลาดเอเชีย แต่ในวันหนึ่งเขาตื่นมาพร้อมกับศพของลอร่า หญิงชู้รัก โดยสถานการณ์ที่บอกว่าเขาคือฆาตกรในห้องปิดตาย เอเดรียนเหลือเวลาแค่ 3 ชั่วโมงกับผู้เชี่ยวชาญ ทนายความที่จะช่วยให้เขารอดคุก ไปด้วยเรื่องราวที่ไร้ช่องโหว่

การเล่าเรื่อง การโต้ตอบ การซักถามระหว่างทนายความสาวผู้มากประสบการณ์ ผู้ไม่เคยแพ้ในการว่าความ กับ เอเดรียนนักธุรกิจหนุ่มคนดังกล่าว จะนำคุณดำดิ่งไปสู่เรื่องราวสุดพลิกผันของนักธุรกิจหนุ่มคนหนึ่งที่ชีวิตอาจจะต้องพังเพราะน้ำมือตนเอง

ทั้งคู่จะทำสำเร็จหรือไม่ ต้องติดตาม!

ชั้นเชิงการเล่าเรื่องของหนังเรื่องนี้ อยู่บนยอดปิรามิดของหนังทุกเรื่องที่เคยดูมา เรื่องราวที่เปิดเผยออกมาไม่ใช่เส้นตรง แต่ซับซ้อนราวเขาวงกต ที่บางครั้งคุณอาจหลง อาจจะต้องย้อนกลับมายังจุดตั้งต้น หรือแม้กระทั่งเดินออกนอกเกม เพื่อที่จะชนะเกมนี้ไปได้ หนังที่คิดว่าน่าเบื่อกลับพาเราลุ้นระทึกตั้งแต่นาทีแรกจนถึงนาทีสุดท้าย

ผมบอกได้เลยว่าไม่ผิดหวังที่ดู หากยังไม่เชื่อ แนะนำให้ดูคะแนนของเว็บ IMDb 8.1 คะแนน และได้คะแนน Audience Score จากเว็บมะเขือเน่า 8.5 คะแนน ดูได้แล้วที่เน็ตฟลิกซ์ Netflix: The Invisible Guest





สิงสู่ โดยผู้กำกับ วิศิษฐ์ ศาสนเที่ยง หนังที่การแสดงของอนันดาก็ไม่ช่วยอะไร


สิงสู่ เป็นหนังที่กำกับโดย วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง ที่มีผลงานการกำกับหนังมาหลายเรื่อง เช่น อินทรีย์แดง รุ่นพี่ รวมถึงหนังเรื่องที่เขาร่วมเขียนบทได้แก่ อันธพาลครองเมือง นางนาก เป็นต้น ซึ่งหลังจากที่อินทรีย์แดงไม่ประสบความสำเร็จ หนังเรื่องต่อมาคือ รุ่นพี่ และเรื่องนี้ คือ สิงสู่ ที่แสดงนำโดย อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม และ ณัฐฐาวีรนุช ทองมี พร้อมด้วยนักแสดงรุ่นใหญ่อย่าง ทาริกา ธิดาทิตย์ ที่ผ่านผลงานการแสดงมาแล้วมากมาย

ผู้กำกำับได้นักแสดงฝีมือเยี่ยม อย่างสองนักแสดงนำก็เคยแสดงเรื่องชัตเตอร์ กดติดวิญญาณมาก่อน (ซึ่งเอามาเป็นส่วนหนึ่งในการโฆษณาด้วย) และพล็อตที่ดีมาก (หลังจากที่ดูจนจบมาแล้ว) แต่มาตกม้าตายตรงที่การเล่าเรื่อง และบทพูด รวมถึงบุคลิกตัวละครต่าง ๆ

แต่ไม่รู้ด้วยสาเหตุอะไรที่ทำให้นักแสดงฝีมือเยี่ยมเหล่านี้ แสดงออกมาได้แข็ง ... กว่ามาตรฐานของตนเอง ทั้งตำแหน่งการยืนการนั่งคือเกร็งไปหมด อย่างภาพข้างล่างองค์ประกอบดีมากสำหรับการถ่ายรูป แต่พอเป็นการแสดงที่ต้องอาศัยการแสดงที่ต่อเนื่อง ผมกลับตลกฉากนี้มาก เพราะเหมือนเอาพระเอกมายืนเท่ห์ ๆ ไม่มีเหตุผลเลย

ไม่รู้ผู้กำกับจะคิดอย่างไร แต่ผมคิดว่าหนังเรื่องนี้ล้มเหลวในแง่ของการนำเสนอและการเล่าเรื่องให้แก่ผู้ชมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการตัดฉากกลับไปกลับมาระหว่างฉากหลอนกับฉากดราม่าผัวเมียคือไม่ผ่านมาก ทำเอาเรารำคาญ

หนังพยายามทำเป็นธริลเลอร์แบบหนังต่างประเทศ แต่ไม่สามารถเล่าเรื่องได้อย่างเฉียบขาด อาจจะเพราะต้องมาแบ่งเรื่องเล่าประเด็นดราม่าบ้านแตกของตัวประกอบอีก แทนที่จะเล่ารวบรัดสั้น ๆ ให้มันจบจบไปมาเน้นตรงคู่หลัก อย่างอนันดากับวีเจจ๋าแทน

อีกอย่างหนึ่งที่ผมขอวิจารณ์หนักหนักเลย ผู้กำกับทำให้เสน่ห์ของหนังผีไทยหายไป ... ความน่ากลัว ความหลอนแบบไทย ๆ หายไปจนหมด ถึงแม้ผู้กำกับจะเอาอาคมมาใช้ในการถ่ายทำพิธีเรียกวิญญาณ แต่ภาษาหรือจังหวะจะโคนในการร่ายอาคม ทำเอาทุกอย่างตลก ไม่มีความหนักแน่น ทำให้รุ้เลยว่าคนร่ายไม่ได้เป็นคนร่ายจริงจริง ทำให้ผู้ชมอย่างผมอินไม่ได้

เอาเป็นว่าพอแค่นี้แล้วกัน แต่สำหรับใครที่เป็นคนหนังผีหนังสยองขวัญ บอกเลยว่าหนังเรื่องนี้ไม่สามารถทำให้คุณสะดุ้งจากเก้าอี้ได้เลย ต่อให้คุณมีป๊อบคอห์นจ่อปาก คุณก็ยังสามารถกินได้เรื่อย ๆ ไม่มีจังหวะตกใจจนป๊อบคอห์นหล่นอย่างแน่นอน

ถ้าจะเปรียบความน่าดู ผมว่าหนังผีไทยหลายเรื่องยังน่าดูกว่ามาก

สุดท้ายนี้ ไปดูหนังที่เมเจอร์ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต โรง 4 รอบบ่ายสอง



Monday, December 17, 2018

Ladronas de Almas (2015) บ้านนี้ลูกสาวโหด


ประเทศเม็กซิโกในยุคที่มีสงครามกลางเมืองระหว่างกบฎและราชสำนัก ทหารของกองทัพราชวงศ์จำนวนหนึ่งได้เดินทางเข้าสู่เขตลับแล ที่มีประวัติไม่ว่าทหารหน่วยใดเดินทางมาที่นี่ก็จะไม่มีทางได้กลับไป

ในดินแดนห่างไกลแห่งนี้ ระยะทางจากค่ายทหารที่อยู่ใกล้ที่สุดต้องใช้เวลาเดินทางกว่า 60 วัน มีบ้านคนที่เป็นที่อาศัยของผู้มีอันจะกินคนหนึ่งกับลูกสาวทั้งสามและคนรับใช้สองผัวเมีย ก่อนหน้านี้ครอบครัวเขาถูกกองทัพราชวงศ์บุกเข้าปล้น ฆ่าตัวมารดาของลูกสาวทั้งสาม พร้อมทั้งยิงเขาจนพิการนั่งรถเข็น

ทว่าในยุคแห่งสงครามที่ทุกคนต้องสู้ ลูกสาวทั้งสามของบ้านหลังนี้ก็เช่นเดียวกัน

ศาสตร์และความเชื่อดั้งเดิมของคนแถบนี้ คือ การสร้างผีดิบไว้ใช้แรงงาน เช่น การทำฟาร์ม หรือเป็นแรงงานในทำเหมือง ซึ่งก่อนยุคสงครามได้มีการหยุดไป แต่ในยุคสงครามที่แรงงานคนขาดแคลน การนำแรงงานผีดิบกลับมาใช้จึงดูเหมือนมีประสิทธิภาพที่สุด

แน่นอนทหารหน่วยนี้ต้องเจอกับแรงงานผีดิบของบ้านหลังนี้

ฉากการเดินเรื่องเต็มไปด้วยความรุนแรง เลือด การแทง การข่มขืน รวมถึงฉากที่ใช้ความรุนแรงของผู้หญิง เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาในการดูหนังเรื่องนี้ หากเพศแม่ที่อ่อนโยนต้องใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา พวกเธอก็โหดได้ยิ่งกว่าเพศชายเสียอีก

ตอนนี้มีให้ดูได้ทางเน็ตฟลิกซ์ Netflix: Ladronas de Almas






Sunday, December 16, 2018

Sinister (2012) เห็นแล้วต้องตาย


หนังสยองขวัญที่เหมาะกับเย็นวันอาทิตย์แบบนี้คือหนังสยองขวัญที่ผมดูรอบที่สองแล้ว คือ "Sinister เห็นแล้วต้องตาย" หนังปี 2012 ที่ดูรอบแรกแล้วช็อกไปเลย เพราะพล็อตโหดเหี้ยมมาก ไม่เหมาะกับคนขวัญอ่อน

เรื่องเริ่มต้นที่ครอบครัวนักเขียนหนังสือคดีฆาตกรรม ที่อยู่ในช่วงตกอับ ต้องขายบ้านหลังเดิม พร้อมกับย้ายเข้าบ้านหลังใหม่ โดยไม่บอกคนในครอบครัวว่าบ้านหลังนี้เคยมีคดีฆาตกรรมฆ่าแขวนคอทั้้งครอบครัวมาก่อน ยกเว้นลูกสาวคนเล็กที่หายสาบสูญหาตัวไม่เจอตั้งแต่เกิดคดี โดยเหตุผลว่าเขาจะเอาคดีฆาตกรรมนี้เป็นวัตถุดิบในการเขียนหนังสือ

เขาเจอกล่องใส่ฟิล์มถ่ายหนังบนห้องใต้หลังคา เมื่อเขาเอามาดูพบว่าเป็นวิดีโอที่บันทึกเหตุฆาตกรรมที่เคยเกิดขึ้นในบ้านหลังนี้ คือ คดีฆาตกรรมฆ่าแขวนคอยกครัว และที่มากกว่านั้นคือฟิล์มบันทึกเหตุการณ์ฆาตกรรมนี้ไม่ได้มีแค่เหตุการณ์เดียว ทุกคดีแล้วเป็นการฆ่ายกครัว ตั้งแต่เอามีดปาดคอ มัดกับเตียงแล้วลากลงน้ำให้อากาศหายใจตาย จุดไฟเผารถที่มีคนทั้งครอบครัวถูกจับมัดติดอยู่ในรถ ...

ระหว่างนั้นก็เกิดเหตุการณ์แปลกขึ้นภายในบ้าน ตั้งแต่ลูกชายคนโตละเมอมีพฤติกรรมที่น่ากลัวคือลงไปนอนในกล่องพร้อมกับส่งเสียงกรีดร้อง พร้อมทำท่าเหมือนถูกผีสิง ลุกสาวเริ่มสื่อสารกับเด็กสาวในครอบครัวที่เคยถูกฆาตกรรมในบ้านหลังนี้ เขาผู้เป็นหัวหน้าครอบครัว เจอเสียงเดินบนห้องใต้หลังคา รวมถึงการเห็นวิญญาณ

จนถึงท้ายที่สุด เขาเอาฟิล์มไปเผาพร้อมกับย้ายบ้านหนีเรื่องราวสยองขวัญ แต่ทว่าเขาพบว่า ไม่ว่าเขาจะหนีไปไหนก็ตาม ฟิล์มเหตุฆาตกรรมต่าง ๆ นั้นก็พร้อมจะติดตามเขาไปด้วย ...

ครอบครัวของเขาจะรอดจากเหตุการณ์ฆ่าล้างครอบครัว เหมือนครอบครัวอื่น ๆ ในวิดีโอหรือไม่ ต้องเข้าไปดูเอง

หนังสยองขวัญเรื่องนี้ดูได้ทางเน็ตฟลิกซ์ Netflix: Sinister (2012)








Saturday, December 15, 2018

30 Days of Night (2007) 30 ราตรี ผีแหกนรก


30 Days of Night ที่มีชื่อไทยว่า "30 ราตรี ผีแหกนรก" เป็นหนังเล่าเหตุการณ์สยองขวัญที่เกิดขึ้นในเมืองเล็ก ๆ ของอลาสก้า ที่ช่วงนึงของปี เมืองต้องเข้าสู่ภาวะความมืดมิดไม่ได้เจอแสงอาทิตย์เป็นเวลา 1 เดือนเต็ม ซึ่งช่วงเวลานี้เองที่ชาวเมืองต้องเจอกับฝูงแวมไพร์กระหายเลือดที่เข้าโจมตีชาวเมืองแบบไม่มีเหตุผล

ถึงในเรื่องจะบอกว่าเป็นแวมไพร์แต่เราจะไม่เห็นฉากดูดเลือด หรือฉากแวมไพร์กลายร่างเป็นค้างคาวเท่ ๆ ซึ่งก่อนดูก็คาดหวังแบบนั้นแหละ แต่พอดูแล้วหนังออกแนวซอมบี้ล่ามนุษย์มากกว่า โดยเฉพาะการที่คนที่ถูกแวมไพร์กัดต้องกลายร่างด้วยนั้น มาแนวเดียวกับซอมบี้เลย 

ซึ่งแวมไพร์ในเรื่องนี้ต่างจากเรื่องอื่นตรงที่ไม่ค่อยฉลาด สัมปชัญญะไม่มี ดูที่ฉลาดจะมีหัวหน้าแกงค์แวมไพร์เพียงตัวเดียว ที่คอยสั่งลูกน้องหรือบงการให้ทำเรื่องต่าง ๆ 

สิ่งเดียวที่เหมือนกับแวมไพร์คือการแพ้แสงแดด แวมไพร์ที่ถูกแสงอาทิตย์ในเรื่อง ร่างกายจะไหม้กลายเป็นเถ้าสลายไปในอากาศ ทำให้แวมไพร์กลุ่มนี้ต้องโจมตีเมือง พร้อมกับตัดกระแสไฟฟ้าภายในเมือง เพื่อป้องกันไม่ให้แสงยูวีทำร้ายพวกมันได้

การต่อสู้ภายในเรื่องเป็นการล่าข้างเดียวของแวมไพร์ ถึงแม้กลุ่มมนุษย์จะโต้กลับตามประสา แต่สุดท้ายก็ตายเกือบหมด ยกเว้นตอนสุดท้ายที่พระเอกฉีดเลือดของแวมไพร์เข้าสู่ร่างกาย กลายเป็นแวมไพร์เพื่อต่อสู้กับแวมไพร์ด้วยกันเอง

ซึ่งบทต่อสู้สุดท้ายระหว่างพระเอกและหัวหน้าแกงค์แวมไพร์นั้นกร่อยมาก เพราะพระเอกโดนรุมยำมาตลอดทาง แต่สุดท้ายเหมือนอาศัยแรงฮึดชนะเอาง่าย ๆ ไม่มีเหตุผลเลย

สิ่งที่ชอบในหนังเรื่องนี้คือ การฟัน การสับ การฉะกัน มีเลือดให้เห็นกันสดสดไปเลย ซึ่งใครที่ขวัญอ่อนหน่อยไม่ควรดูเรื่องนี้ ... 

ตอนนี้หนังฉายในเน็ตฟลิกซ์ ใครที่ชอบแนวนี้สามารถดูแก้เบื่อได้ Netflix: 30 Days of Night

Friday, December 14, 2018

ซื้อตั๋วข้าราชการกับ Air Asia และสิทธิ์บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ

ตอนขึ้นไปประชุมที่ กทม. ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสซื้อตั๋วข้าราชการเป็นครั้งแรกกับสายการบินแอร์เอเชีย ซึ่งเป็นสิทธิ์ที่แปลกมาก เพราะจองได้ที่สนามบินและตัวแทนจำหน่ายเท่านั้น ผมลองไปหาในเว็บหรือในแอพดูแล้วก็ไม่มีช่องทางการซื้อตั๋วในสิทธิ์ดังกล่าวเลย

ซึ่งคนที่จะซื้อตั๋วราชการได้ ก็ต้องเป็นข้าราชการอยู่แล้ว เนื่องจากเวลาเช็คอินเจ้าหน้าที่จะเช็คบัตรข้าราชการของเราด้วยว่าเจ้าของบัตรต้องเป็นคนเดียวกัน ซึ่งสิทธิ์ที่จะได้ คือ

  1. โหลดกระเป๋าฟรี 40 kg (จากปกติที่ต้องซื้อน้ำหนักกระเป๋าเพิ่ม) กระเป๋าที่ผมโหลดแค่ 12 kg เอง
  2. กระเป๋าอุปกรณ์กีฬาอีก 20 kg ซึ่งไม่จำเป็นเท่าไหร่
  3. ที่นั่ง Hot Seat อันนี้ส่วนตัวมองว่าถ้าไม่ใช่แถว 1 หรือแถวหน้าสุดก็ไม่ประทับใจเพราะช่วงเข่าติดเบาะหน้าอยู่ดี หรือที่จะดีที่สุดคือเก้าอี้ตรงประตูนิรภัยที่ความกว้างตรงช่วงขากว้างมากและสบายด้วย
  4. อาหารร้อนพร้อมเครื่องดื่ม อันนี้ผมเห็นหลายท่านที่ไปด้วยกันเลือกที่จะเก็บกลับบ้านมากกว่าทานบนเครื่อง อาจจะเป็นเพราะเส้นทางระยะสั้น และความไม่สะดวกต่าง ๆ ตอนกินบนเครื่อง ซึ่งผมทานแล้วรสชาติต้องบอกว่าใช้ได้เลยครับ 
  5. เปลี่ยนแปลงวันเวลาล่วงหน้าได้ก่อน 24 ชั่วโมง อันนี้เหมาะกับข้าราชการที่อาจจะมีประชุมกะทันหัน หรือมีธุระต่อเนื่องไม่สามารถกลับในเที่ยวบินเดิมได้ อาจจะเลื่อนเข้าหรือเลื่อนออกก็ได้ สะดวกมาก
ซึ่งข้าราชการท่านใดที่สามารถเบิกค่าเดินทางเป็นค่าเครื่องบินได้ ก็จะนิยมซื้อตั๋วข้าราชการมากกว่าตั๋วราคาปกติ ที่ถึงแม้จะมีราคาถูกกว่าก็ตาม อาจจะเพราะสิทธิพิเศษที่มากกว่า และในเมื่อเบิกได้อยู่แล้วเราจะซื้อของถูกไปทำไม ... แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการเดินทางเป็นไปเพื่อประโยชน์ของทางราชการเท่านั้นนะครับ

ซึ่งผมที่เป็นข้าราชการเพิ่งมาเบิกค่าเดินทางด้วยเครื่องบินได้ตอนที่ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นระดับ ชำนาญการ ก่อนหน้านี้ที่เป็นระดับปฏิบัติการจะเบิกค่าเดินทางได้อัตรารถโดยสารประจำทางหรือรถทัวร์ ผมจะลองยกตัวอย่างการคิดค่าเดินทางทั้งแบบรถทัวร์และเครื่องบิน

รถโดยสารประจำทาง สำหรับข้าราชการระดับปฏิบัติการ พนักงานราชการ หรืออื่น ๆ

  • รถรับจ้าง จากสำนักงาน ถึง สถานีขนส่งผู้โดยสาร ราคา 80 บาท
  • รถโดยสารประจำทาง จาก สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดปัตตานี ถึง สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (สายใต้) 1,109 บาท
  • รถรับจ้าง (แทกซี่) จากสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ ถึง โรมแรมที่ประชุม 100-500 ขึ้นอยู่กับระยะทาง
  • รวมประมาณ 1,500 บาท 
เครื่องบิน สำหรับข้าราชการระดับชำนาญการขึ้นไป
  • รถรับจ้างจากสำนักงาน ถึง สนามบินหาดใหญ่ 500 บาท
  • เครื่องบิน จาก สนามบินหาดใหญ่ ถึง ดอนเมือง 2,350 บาท
  • รถรับจ้าง (แทกซี่) จากสนามบินดอนเมือง ถึง โรมแรมที่ประชุม 100-500 ขึ้นอยู่กับระยะทาง
  • รวมประมาณ 3,150 บาท
เราจะเห็นว่าค่าเดินทางต่างกันประมาณสองเท่าตัว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นไปตามสิทธิ์ของทางราชการที่กำหนดให้แต่ละระดับไป ถ้าระดับสูงกว่านี้ไม่ทราบว่าจะมีสิทธิพิเศษอะไรอีก แล้วแต่กันไป

มาถึงช่วงของการจองตั๋วเครื่องบินกัน อย่างที่เล่าไปว่าไม่สามารถจองผ่านแอพหรือผ่านเว็บได้เหมือนตั๋วทั่วไป แต่ต้องจองผ่านตัวแทนจำหน่ายหรือซื้อด้วยตนเองที่สนามบิน ซึ่งสำหรับผมที่อยู่ปัตตานี ไม่มีสนามบิน ก็เลยต้องเลือกจองผ่านตัวแทนจำหน่าย ซึ่งหลังจากจองแล้วก็ได้ใบเสร็จของทางร้านแนบมากับใบเสร็จของสายการบินที่ร้านเป็นคนออกให้ เที่ยวละ 2,350 บาท ไป-กลับ ก็ราคา 4,700 บาท



พอวันเดินทางจริง ตอนเคาน์เตอร์เช็คอินโหลดกระเป๋าจะมีช่องพิเศษ สำหรับลูกค้าตั๋วข้าราชการหรือถือบัตรร่วมต่าง ๆ นะครับ เราสามารถเดินเข้าไปในช่องนั้นได้เลย ซึ่งผมใช้ทั้งสิทธิข้าราชการและถือบัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ ด้วย ก็พกไปทั้งสองใบเลยครับ รวมกับบัตรประชาชนอีกเป็นสามใบไปเลย 


พนักงานก็จะติดแทกที่กระเป๋าให้เราครับ เป็นแถบเหลือง ๆ เพื่อให้กระเป๋าเราออกมาเป็นอันดับแรก ไม่ต้องรอนาน ต่างจากลูกค้ากลุ่มอื่นที่ต้องรอกระเป๋าออกมาตามลำดับครับ ซึ่งขากลับจากดอนเมืองผมได้กระเป๋าเป็นคนแรกเลยครับ อีกอย่างตอนพนักงานเรียกขึ้นเครื่องก็จะเรียกกลุ่มนี้ก่อนครับ (โซน 1)

ทีนี้เราจะมาดูสิทธิ์ของบัตรข้าราชการและสิทธิ์บัตรเครดิตร่วมกัน ความต่างก็จะอยู่ที่มีอาหารครับ ผู้โดยสารที่ถือบัตรเครดิตร่วมแอร์เอเชียธนาคารกรุงเทพ จะได้รับเครื่องดื่มราคา 60 บาท ซึ่งในรูปผมเลือกโค้ก มาทานกับอาหารร้อนที่ได้มาจากการซื้อตั๋วข้าราชการครับ คือ ข้าวกะเพราไก่หม่อมหน่อย (ซื้อบนเครื่องราคา 150 บาท) และ Government Box ซึ่งในกล่องจะมีน้ำเปล่า น้ำพันช์ และขนมหนึ่งชิ้นครับ หลังจากทานกันอิ่มแล้ว พนักงานก็จะเดินขายของต่อไปครับ ซึ่งมีกระเป๋าผ้าลดโลกร้อน หมวก ตุ๊กตา เสื้อ ผ้าห่ม เยอะแยะเลยครับ แต่ส่วนใหญ่รวมถึงผมก็จะซื้อถุงผ้าลดโลกร้อนกัน เพราะราคาถูกมากใบละ 10 บาทเท่านั้นเอง

ใครสนใจทำบัตรเครดิตร่วม ดูข้อมูลได้ที่เว็บ บัตรเครดิตแอร์เอเชีย ได้เลยครับ เพราะสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ยังมีอีกมากเลย ส่วนข้อมูลสิทธิ์ข้าราชการผมหาไม่เจอในเว็บแอร์เอเชีย เจอตามเว็บตัวแทนจำหน่ายเป็นส่วนมาก 

ขอให้ผู้อ่านเดินทางปลอดภัยและเที่ยวให้สนุกนะครับ





ชวนกินชาไข่มุก ร้าน King Kong Sweets อร่อยสุดในปฐพี


วันนี้จะมาชวนกินชาไข่มุกร้าน King Kong Sweets อร่อยสุดในปฐพี ซึ่งจากการที่กินมาหลายร้านพบว่าชาไข่มุกร้านนี้อร่อยสุดแล้วครับ ความเห็นส่วนตัวอร่อยกว่า Koi The เยอะมากครับ ร้านที่ผมกินอยู่ตรงห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์พาร์ครังสิต (อีกแล้ว) ซึ่งได้ไกด์ที่ดีมาก คือเพื่อนรุ่นน้องพาไปกิน บอกเลยว่าคำแรกที่เข้าปากคือประทับใจมากครับ

สำหรับเมนูที่ผมเลือกกินทั้งสองครั้ง มัทฉะ ในเซต "Brown Sugar Bubble Tea Lover" ซึ่งจะมีรสนมสม (Fresh Milk) มัทฉะ ชาเขียวญี่ปุ่น (Matcha) และโฮจิชะ (Hojicha) ซึ่งสามตัวนี้จะราคา 59 บาท ส่วนอีกตัวในเซตนี้คือ ทั้งสามรสข้างต้น เพิ่มวิปชีส ราคา 69 บาท

รับแก้วมาแล้วก็ต้องถ่ายรูปก่อนครับ เพราะพนักงานแนะนำว่าก่อนจะกินก็ต้องคนให้เข้ากันก่อนถึงจะอร่อย โดยช่วงเวลาปกติ ร้านจะแน่นมาก แทบไม่มีเก้าอี้นั่งต้องไปยืนรอหน้าร้าน ผมชอบรสชาตินมกับชาไข่มุกมากครับ โดยตัวไข่มุกเวลากัดจะรู้สึกถึงรสหวานนิดนิดกำลังดีเลย สำหรับใครที่ไม่ชอบหวานมากมากแบบผม ก็แนะนำสั่งแบบหวานน้อยไปเลยครับ อร่อยเหมือนเดิม

นอกจากชาไข่มุกแล้วทางร้านยังขายซอฟต์ครีม และบิงซูต่าง ๆ ด้วยครับ แต่ไกด์ของผมแนะนำว่า ชาไข่มุกที่นี่อร่อยสุด กินแค่ชาไข่มุกก็พอแล้ว ร้านจะอยู่ชั้นใต้ดินของฟิวเจอร์นะครับ ลองไปเดินหาดู เผื่อจะได้เจอร้านอร่อยร้านอื่นด้วย แถวเดียวกับบ้านโพรงกระต่าย

ข้อมูลร้าน
FB: Kingkong Sweets
โทร: 092 224 5191