เน็ตฟลิกซ์ได้เอา Homecoming: A Film by Beyoncé เข้าโปรแกรมในบ้านเราก็เป็นที่ฮือฮาของชาวเน็ตพอสมควร เพราะถือว่าเป็นนักร้องระดับตำนานคนนึงของยุคนี้ โดยการแสดงของเธอมักจะมีภาพจำคือการเคารพเพศแม่ สนับสนุนคนผิวดำ รวมถึงความรักในครอบครัวและผองเพื่อน โดยในแง่หนึ่งผมคิดว่าเธอเป็นศาสดาของกลุ่มแฟนคลับของเธอเอง
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Music แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Music แสดงบทความทั้งหมด
วันพฤหัสบดีที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2562
วันอังคารที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2562
Taylor Swift: Reputation Stadium Tour
ใครที่เป็นแฟนคลับของเทเลอร์ สวิฟต์เชื่อว่าทุกคนต้องอยากดูโชว์อันนี้ Taylor Swift: Reputation Stadium Tour (Netflix: 2018) ซึ่งลงในเน็ตฟลิกซ์เมื่อวันคริสมาสต์อีฟสิ้นปีที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ดูก็ตอนเย็นวันอังคารวันสุดท้ายของหยุดสิ้นปีก่อนทำงานในวันพรุ่งนี้
ไม่เคยดูคอนเสิร์ตไหนแล้วรู้สึกว่านักร้องคอนเนคกับคนดูได้เท่าคอนเสิร์ตนี้มาก่อนเลย เทเลอร์ทำโชว์ออกมาได้ดีมาก ทั้งการต่อเรื่องราว การต่อโชว์ และการทัชกับคนดู ยิ่งมีหลายเพลงที่ไม่เคยฟัง ยิ่งทำให้ผมต้องหามาฟัง
ตอนที่ชอบที่สุดไม่ใช่ตอนเพลงที่มีฉากยิ่งใหญ่อลังการเลย กลับชอบตอนที่เทเลอร์เล่นกีตาร์ร้องเพลงสดให้คนดูฟังมากกว่า เพราะรู้สึกถึงความเป็นตัวเธอสมัยก่อนก่อนมากกว่า
โดยเทปนี้เป็นบันทึการแสดงของเธอที่เมือง Dallas, Chicago เป็นคอนเสิร์ตสุดท้ายของเธอในสหรัฐอเมริกา เป็นทัวร์ที่เก้าจากทั้งหมด 53 ทัวร์ของเธอ โดยทัวร์นี้เป็นทัวร์ที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาลในสหรัฐ โดยทำเงินไป 266.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในระยะเวลาเพียง 38 วัน (wikipedia)
โดยเพลงที่น่าจะเชื่อมต่อเทเลอร์กับคนดูที่เป็นแฟนเพลงของเธอได้ดีที่สุดน่าจะเป็นเพลง "All Too Well" ซึ่งเป็นเพลงจากอัลบั้ม Red (2012) ผมขอคัดลอกเนื้อเพลงบางส่วนมาไว้ตรงนี้ (Google)
You tell me 'bout your past, thinking your future was me.
And I know it's long gone
And there was nothing else I could do
And I forget about you long enough
To forget why I needed to
'Cause there we are again in the middle of the night.
คุณบอกฉันถึงเรื่องราวในอดีต คิดว่าฉันคืออนาคตของคุณ
และฉันรู้ว่ามันผ่านไปนานแล้ว
และไม่มีอะไรอีกแล้วที่ฉันจะทำได้
และฉันได้ลืมคุณไปนานพอ
ทำไมฉันต้องลืมคุณน่ะเหรอ
เพราะทุกยามค่ำคืนที่นั่นจะมีเราอยู่เสมอ
We dance around the kitchen in the refrigerator light
Down the stairs, I was there, I remember it all too well, yeah.
Maybe we got lost in translation, maybe I asked for too much,
And maybe this thing was a masterpiece 'til you tore it all up.
Running scared, I was there, I remember it all too well.
เราเต้นไปรอบรอบห้องครัว ท่ามกลางแสงไฟจากตู้เย็น
ฉันอยู่ตรงนั้น ข้างล่างบันได ฉันยังจำได้ดี
บางทีเราสื่อสารกันผิดพลาด เพราะฉันเรียกร้องมากเกินไป
และมันอาจเป็นความสมบูรณ์แบบจนคุณทำลายมัน
ฉันกำลังวิ่งอย่างหวาดกลัว ฉันอยู่ที่นั่น และฉันยังจำมันได้ดี
ซึ่งเนื้อเพลงนี้ แทนทีเทเลอร์จะกล่าวมันถึงคนรักเก่า แต่ใช้เพลงนี้พูดถึงแฟนเพลงของเธอ ที่ทำให้เธอเป็นเธออย่างทุกวันนี้ แฟนเพลงของเธอทำให้ความหมายของเพลงนี้เปลี่ยนไป จากเพลงแห่งความเจ็บปวดกลายเป็นเพลงแห่งความรักที่เธอมีต่อแฟนเพลง
ซึ่งมันทำให้ผมรักเธอขึ้นไปอีก
อ่านบทความที่คุณอาจสนใจ
วันอังคารที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2561
Strike A Pose: Madonna Blond Ambition World Tour
สารคดีเล่าชีวิตของแดนเซอร์ชายทั้งเจ็ดของมาดอนน่า ตอนทำทัวร์ Blond Ambition ปี 1990 ที่โด่งดัง และเป็นกระแสไปทั่วโลก ทำให้แดนเซอร์ชายทั้งเจ็ดคนนี้ เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกพร้อมกับเธอเช่นกัน
แดนเซอร์ทั้งเจ็ดคนได้แก่ Luis Camacho, Jose Guitierez, Kevin Stea, Salim Gauwloos, Carlton Wilborn, Oliver Crumes, และผู้ที่เสียชีวิตไปแล้วคือ Gabriel Trupin ด้วยโรคเอดส์
ในระหว่างที่ทำทัวร์มา ดอนนาและเขาทั้งเจ็ดคน มีความสัมพันธ์ที่เปรียบเสมือนแม่ลูก ทุกคนกลายเป็นครอบครัวเดียวกัน สามารถตายแทนกันได้ ทัวร์นี้นำชื่อเสียงมาสู่เขาทั้งเจ็ดคน แต่ทว่าในจุดสูงสุดของชีวิตนักเต้น ด้านสว่างที่รายล้อมด้วยชื่อเสียง ก็มีความมืดที่พวกเขาต้องรับมือกับมันเช่นกัน
ในขณะที่มาดอนนายังคงชีวิตนักร้องต่อไป แดนเซอร์ของเธอตอนนี้มีชีวิตที่พลิกผัน อาจจะเพราะพวกเขาไม่สามารถรักษาชื่อเสียงที่ได้มาตอนนั้นตลอดไป หรืออาจจะมีบาดแผลที่เกิดขึ้นระหว่างการทำทัวร์จนทำให้พวกเขาไม่สามารถดำรงชีวิตในฐานะนักเต้นของมาดอนน่าได้อีกต่อไป ถึงแม้ว่านั่นเป็นการละทิ้งโอกาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชีวิต แต่กลับไม่มีใครเดินในเส้นทางเดิมอีกต่อไป
ช่วงปี 1990 ความหวาดกลัวของสังคมอเมริกาที่มีต่อชาวเกย์ และโรคเอดส์ สมัยเกย์ทุกคนยังต้องใช้ชีวิตอย่างหลบซ่อน ไม่สามารถเปิดเผยตัว เพราะการไม่ยอมรับจากสังคมรอบข้าง แต่คอนเสิร์ตมาดอนนาทัวร์และหนัง Truth or Dare หนังสารคดีเบื้องหลังที่เล่าการใช้ชีวิตเบื้องหลังเวทีของทีมงาน โดยเฉพาะมาดอนนาและแดนเซอร์นั้น นำความเปลี่ยนแปลงมาสู่สังคมเกย์อเมริกันเป็นอย่างยิ่ง
โดยเฉพาะฉากจูบ และการแสดงออกว่าเป็นเกย์อย่างอิสระนั้นได้นำพาความแปลกใจมาสู่สังคมอเมริกาเป็นอย่างมาก ทำให้รู้สึกว่า การเป็นเกย์ก็สามารถมีความสุขและประสบความสำเร็จไปพร้อมกันได้ เป็นแรงบันดาลใจให้กับคนอีกเป็นล้านคน
ถึงแม้ตอนนี้ชีวิตของเขาทั้งหกคนอาจจะไม่ประสบความสำเร็จเท่าสมัยที่ทำทัวร์กับมาดอนนา แต่ชีวิตยังต้องเดินต่อไป ถึงแม้เส้นทางของพวกเขาอาจจะไม่บรรจบกับมาดอนนาอีกแล้ว แต่พวกเขาล้วนจดจำช่วงเวลานั้นได้เป็นอย่างดี เพราะมันทำให้พวกเขามีตัวตนขึ้นมา จากความไร้ตัวตนก่อนหน้านั้น
ส่วนตัวดูสารคดีเรื่องนี้แล้ว ทำให้นึกถึงเพลง Vogue ของเธอ ที่มีท่อนที่ร้องว่า Strike A Pose ที่เธอนำไปแสดงช่วง Super Bowl Half Time Show ในปี 2012 ที่เป็นโชว์ที่มีคนดูเยอะที่สุดในโลกก็ว่าได้
ตอนนี้สารคดีเรื่องนี้สามารถดูได้ทางเน็ตฟลิกซ์ Netflix: Strike A Pose ลองไปชมดูกันได้ครับ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
กำลังโหลด...








