Saturday, May 16, 2020

Bloodride [2020] เรื่องสยองจากรถบัส

bloodride netflix series

Bloodride รถบัสสยองขวัญ เรื่องราวซีรีส์หลอนหัวจากแสกนดิเนเวีย เล่าเรื่องขวัญผวา 6 ตอน ตอนละประมาณครึ่งชั่วโมง โดยเนื้อหาของแต่ละตอนจบในตัวไม่เกี่ยวข้องกัน ซีรีส์เรื่องนี้ไม่ได้เล่าเรื่องผีวิญญาณแต่จะเล่าความสยองของสันดานมนุษย์ว่าเป็นไปได้ถึงขนาดนี้เลยเหรอ

โดยผมขอเผยเรื่องราวในแต่ละตอนสั้น ๆ ทว่าที่เล่าออกมานั้นไม่กระทบกับจุดไคลแมกซ์ของเรื่อง เชื่อว่าหากทุกคนได้ดูซีรีส์ก็จะยังคงสนุกเหมือนเดิม
  1. Ultimate Sacrifice: ครอบครัวหนึ่งได้ย้ายออกมาอยู่แถบชนบทที่สืบทอดวัฒนธรรมของชาวไวกิ้ง ที่มีธรรมเนียมบูชายัญด้วยชีวิต แล้วจะได้ความโชคดีเป็นสิ่งตอบแทน ยิ่งบูชายัญสิ่งมีชีวิตที่ตัวเองรักมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งได้รับโชคดีหรือเงินกลับมามากเท่านั้น
  2. Three Sick Brother: เอริกเพิ่งออกจากโรงพยาบาลจิตเวช ออกเดินทางไปยังเคบินเก่าของพ่อพร้อมกับพี่น้องอีกสองคน โดยมีเพื่อนใหม่ร่วมทางไปด้วยหนึ่งคน แต่งานปาร์ตี้กลับกลายเป็นงานฆาตกรรม เมื่อพี่น้องของเขาต้องฆ่าคนเพื่อปิดปากความลับที่พวกเขาไม่อยากให้คนอื่นรู้
  3. Bad Writer: นักเขียนนิยายผู้จมอยู่ในโลกของความคิดจนเชื่อว่าพวกเขาสามารถกำหนดชะตาชีวิตของคนในโลกจริงได้เหมือนในนิยาย เมื่อเส้นกั้นระหว่างโลกแห่งความจริงกับจินตนาการขาดลง จะเกิดอะไรขึ้น
  4. Lab Rats: เอ็ดมุนด์ พบกว่าโปรโตไทป์ของยาต้านอาการซึมเศร้าตัวใหม่ที่คิดขึ้นหายไปจากตู้นิรภัย ระหว่างงานเลี้ยงฉลองที่จัดขึ้นเป็นการภายใน สิ่งที่เขาทำเลยเถิดไปถึงการจับคนทั้งหมดเข้าห้องแลปเพื่อรมควันกดดันให้โจรที่แฝงตัวอยู่ในงานเลี้ยงบอกที่ซ่อนของโปรโตไทป์นั้นออกมา
  5. The Old School: ครูสาวที่ย้ายมาใหม่พบโศกนาฎกรรมของครอบครัวหนึ่งที่เกิดขึ้นเมื่อ 40 ปีก่อน ถูกชาวเมืองฆ่าตายจนวิญญาณเด็กน้อยทั้งสี่คนติดอยู่ในชั้นใต้ดินของโรงเรียน จนเธอต้องพยายามช่วยเหลือพวกเขาให้หลุดพ้นไปเกิดใหม่เสียที
  6. The Elephant in the Room: ในงานปาร์ตี้ของบริษัทที่เลี้ยงฉลองในธีมชุดสัตว์ มีพนักงานคนหนึ่งใส่ชุดช้างแบบคลุมทั้งตัว งานเลี้ยงกลายเป็นงานเชือดเมื่อคนข้างในไม่ใช่พนักงานบริษัทที่ทุกคนรุ้จักอีกต่อไป
ซึ่งหลังจากดูจนจบแล้ว ทำให้ผมนึกถึงซีรีส์ความสยองในลักษณะเดียวกันนี้คือ Haunted Season 2 [2019] | เรื่องเล่าสยองขวัญที่สร้างจากประสบการณ์จริง ที่แต่ละตอนนำบุคคลมาเล่าประสบการณ์สยองของตัวเองกัน ซึ่งเหมือนกันตรงที่เรื่องที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ภูตผีปีศาจ แต่คือมนุษย์ด้วยกันเอง


Bloodride Netflix


No comments: