Thursday, June 25, 2020

Beautiful Boy [2018] แด่ลูกชายสุดที่รัก

Beautiful Boy

หนังเรื่องนี้ได้นักแสดงนำจากเรื่อง Call Me by Your Name คือ ทิโมธี ชาลาเมต์ (Timothee Chalamet) รับบทนิค ลูกชายผู้ติดยาเสพติด  ที่ได้รับความรักจากพ่อและครอบครัว ช่วยให้เขาเข้าบำบัดเพื่อให้นิคกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ แต่ทว่าความพยายามครั้งแล้วครั้งเล่าดูเหมือนจะไม่พอ ชีวิตของนิค ยิ่งได้รับการรักษาเท่าไหร่ ยิ่งเหมือนดีดกลับเข้าไปสู่วงจรยาเสพติดที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม ขณะเดียวกันความรักของพ่อก็ยิ่งจะเข้าไม่ถึงตัวนิคมากขึ้นไปทุกที

"I'm done" เดวิด ผู้เป็นพ่อ เอ่ยประโยคใจสลายนี้กับอดีตภรรยา หลังจากเธอขอร้องให้เขาไปช่วยดูลูกชายของทั้งคู่ ลูกชายที่เธอยังรักยังห่วง แต่ทว่ากับเดวิดผู้เป็นพ่อ เขาพอแล้ว หลังจากที่นิคที่หายไปนานกลับบ้านมาเพื่อขโมยของในบ้านไป ดูเหมือนความรักของผู้เป็นพ่อยิ่งทำให้นิคกล้าทำสิ่งที่ไม่กล้าทำมากขึ้น จนเขาต้องตัดสินใจปล่อยนิคไปให้ไปตามทางของตัวเอง

ผู้เป็นพ่อต้องลำบากใจเพียงใด เมื่อลูกชายสุดที่รักที่ตนเลี้ยงดูทะนุถนอนมานานปี กลายเป็นสัตว์ประหลาดที่เขาไม่รู้จัก เพราะยาเสพติด (Methamphetamine) ยาบ้าค่อย ๆ กลืนตัวตนและจิตวิญญาณของนิคไปทีละน้อย ถึงแม้เดวิดจะพยายามหาทางรักษาเพียงใดก็ดูเหมือนเป็นเพียงความหวังที่เขาพยายามหลอกตัวเอง ความเสียหายของสมองจากยาบ้าคงอยู่ตลอดไป

ฉากจบของหนังเรื่องนี้ Beautiful Boy บอกเราว่า จากเด็กชายคนนึงที่มีชีวิตแสนสวยงามถูกทำลายลงอย่างไรด้วยยาเสพติด นิคยังคงต้องสู้กับอาการติดยาต่อไป เขาโชคดีที่มีครอบครัวคอยซัพพอร์ต แต่ในโลกที่แสนจะไม่สมบูรณ์แบบนี้ มีอีกหลายคนที่ไม่โชคดีแบบนิค 

นิคบอกว่าความรู้สึกเติมเต็มในขณะเสพยามันทำให้ตัวเขาสมบูรณ์ หลังจากนั้นเขาก็เริ่มไขว่หาความรู้สึกนั้น อีกครั้ง อีกครั้ง และนับไม่ถ้วน จนเขาเสพติดมัน ชีวิตของเขาก็เปลี่ยนไป

การสู้กับอาการติดยาไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนจะทำได้ บางคนยอมแพ้ บางคนตาย บางคนกลับไปเริ่มใหม่ มีแต่การต่อสู้ดิ้นรนอยู่ในนั้น คุณอาจจะรู้สึกสงบมีความสุขในบางช่วงเวลา รู้สึกภูมิใจ แต่เมื่อไหร่ที่คุณดาวน์ คุณอยากเสพมันอีกครั้ง แล้วเข้าสู่วงจรเดิม 

ขอให้ทุกคนที่กำลังอ่านบทความนี้โชคดี มีความสุขกับชีวิตของตัวเอง ครอบครัวคุณอาจจะไม่สมบูรณ์นัก ไม่มีพ่อที่รักคุณเหมือนในหนัง ไม่มีแม่ที่คอยดูแลเวลาคุณเข้าโรงพยาบาล ไม่มีน้องชายที่คิดว่าคุณคือฮีโร่ อย่างน้อยคุณยังมีลมหายใจ พยายามให้เต็มที่ ต้องการให้น้อยลง แล้วชีวิตจะมีความสุขมากขึ้น

พิมพ์มาถึงตรงนี้แล้ว ก็ได้คำตอบว่าทำไมตัวเองมานั่งเขียนบทความหลังจากดูหนังจบ หนังทุกเรื่องให้ความรู้สึกไม่เหมือนกัน อย่างหนังเรื่องนี้ผมเห็นตัวเองอยู่ในตัวของนิค ถึงแม้ว่าผมอาจจะไม่ได้ติดยา ตอนนี้ก็ทำงานได้ แต่ผมเชื่อว่าเราทุกคนเคยดื้อ เคยทำผิด หากยังมีคนให้อภัยและพร้อมให้เราเริ่มต้นใหม่ได้อยู่ ให้ขอบคุณคนคนนั้นนะครับ

รัก



Beautiful Boy

Beautiful Boy

Beautiful Boy

No comments: