Saturday, April 6, 2019

ทะเลสายบุรี | ความทรงจำยากจะลืมกับกิจกรรมล่องเรือไดหมึกตกปลา เรียนรู้วิถีชีวิตชาวประมงท้องถิ่น


วันศุกร์แรกของเดือนเมษายน เป็นศุกร์ที่ไม่ค่อยเป็นอันทำงาน เพราะเรามีนัดกันไปล่องเรือไดหมึก ตกปลาที่ทะเลสายบุรี โดยเป็นทริปกะทันหันที่หาข้อมูลกันนานมาก แต่คอนเฟิร์มว่าไปคือวันศุกร์เที่ยงนั้นเลย

แผนการคร่าว ๆ คือ เลิกงานแล้วขับรถไปยังจุดนัดพบที่โรงพยาบาลสายบุรี เพื่อให้รถนำทางไปยังจุดขึ้นเรือ จากนั้นก็ไปไดหมึกบริเวณใกล้กับหาดวาสุกรีเพื่อเอาไปเป็นเหยื่อตกปลาในตอนเช้า ซึงเราจะค้างคืนกันบนเรือ แล้วเดินทางกลับในตอนเช้า โดยสมาชิกของเรามีดังนี้
  1. นิรุกนุดดีน: ตัวตั้งตัวตี มีเป้าหมายชีวิตที่สำคัญในอาทิตย์ที่ผ่านมาคือการไดหมึก หลับไปกับคลิปไดหมึกไม่รู้กี่คืน แม่ทัพใหญ่สำหรับการมาไดหมึกตกปลาครั้งนี้
  2. สลิลทิพย์: ตัวตั้งตัวตี คนที่สอง หญิงสาวสวยที่สุดบนเรือ คนที่มีอาการเมาเรือเร็วที่สุด
  3. ปรวีร์: ทัพเสริม ที่ตอบตกลงแบบไม่ต้องคิด เป็นคนเดียวที่ไม่อ้วกในทริปนี้ เพราะใช้ทริคชิงหลับไปคนแรก ตื่นมาอีกทีตอนคลื่นลมสงบ เรียกว่า "โกงความตาย" 
  4. ปรัชญา: ตัวผมเอง คนที่บอกว่า เราไม่ไปไดหมึกก็ไม่ตายนะ ไปที่อื่นก็ได้
สุดท้ายนี้ ใช่ครับ สมาชิกทุกคนของเรามีค่าประสบการณ์เท่ากับศูนย์ ทำให้การติดต่อเรือของเรา ต้องเน้นว่าทุกคนไม่มีประสบการณ์กับการออกเรือไปไดหมึกตกปลากเลย นายหัวเรือจะได้รับมือถูก

การติดต่อเรือ เราติดต่อประสานกับคนรู้จัก คือ พี่ยารอดะห์ ให้ติดต่อกับเจ้าของเรืออีกทอดหนึ่ง แล้วนัดหมายกันตกลงราคา ขอไม่บอกราคาในบทความนี้ แต่ขอให้ผู้สนใจติดต่อกับแบเจ้าของเรือเอง คือ แบรอปี โทร 098-078-1183

ตลอดทั้งทริปจะมีลูกเรือแค่เราสี่คน กับแบปี นายหัวผู้ทำทุกอย่างบนเรือ รวมเป็น 5 คน

คำแนะนำในการเตรียมตัวมีดังนี้
  1. ยาแก้เมารถเมาเรือ ตัวยาสำคัญคือ Dimenhydrinate หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป ได้ใช้แน่นอน หากจะเอากระเป๋ายาสามัญประจำบ้านไปด้วยก็ได้ สำหรับแผลถูกมีดบาดจากการทำครัว หรือแผลฟกช้ำจากการล้มเพราะเรือโคลง 
  2. อาหารและเครื่องดื่ม ได้แก่ อาหารเย็น น้ำอัดลม ขนมปัง แยมทาขนมปัง น้ำจิ้มโชยุไว้กินกับปลาหมึก น้ำจิ้มซีฟู๊ด น้ำเปล่าขวดใหญ่ 1 แพค (6 ขวด) ขนมกรุบกรอบต่าง ๆ
  3. อุปกรณ์อื่น ๆ เช่น จานกระดาษ ช้อนพลาสติก แก้วพลาสติก ถุงดำ สำหรับเก็บขยะ
  4. น้ำจิ้มซีฟู๊ด พยายามเลือกเอาที่แน่ใจว่าอร่อยจริงจริง เพราะผมไปเปิดบนเรือรสชาติแย่มาก สุดท้ายได้กินปลาหมึกสดกับโชยุแทน
  5. ใครต้องการไปทำอาหารบนเรือ ให้เตรียมเครื่องแกงต่าง ๆ ไปด้วย เช่น แกงส้ม ต้มยำ ทำกินกันสดสดบนเรือได้เลย
  6. ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว เช่น เสื้อกันหนาว เพราะกลางคืนอากาศเย็นมาก แปรงสีฟัน เครื่องแต่งหน้าอะไรไม่ต้องก็ได้ เพราะออกเรือมาหน้าเมือกอยู่ดี 
  7. เนื่องจากเราจะค้างคืนกันบนเรือ เพราะฉะนั้นจะถ่ายหนักถ่ายเบาก็บนเรือทั้งหมด ให้เคลียร์ท้องไส้ของตัวเองมาก่อน เพราะนายหัวเรือเขาจะให้เราไปถ่ายตรงด้านหลังเรือ ฉี่ไปชมวิวทะเลไป หากเป็นผู้ชายก็สะดวกหน่อย แต่ถ้าเป็นผู้หญิงคงไม่สะดวก
  8. เครื่องนอนให้เอาตามสะดวก เพราะไม่มีให้ ใครมีเป้ก็หนุนเป้ พื้นที่เรือมีน้อย บางส่วนต้องนอนตากน้ำค้างกันบนเรือเลย
สิ่งที่เจ้าของเรือเตรียมให้ 
  1. เรือ (แน่นอน)
  2. อุปกรณ์ในการไดหมึก ตกปลา และคำแนะนำสำหรับมือใหม่อย่างเรา 
  3. น้ำแข็ง เป็นน้ำแข็งบด ใครเกรงใจในความสะอาดก็ให้เตรียมกระติกน้ำแข็งไปเอง เพราะอย่างน้อยจะได้ใส่ปลาและหมึกกลับมาด้วย
  4. เตาแก๊สปิคนิก และหม้อ
สิ่งที่ต้องเจอแน่นอน 
  1. การเมาเรือ ตัวผมเองเมาเรือ อาเจียนตัวโก่ง กินยาแก้เมาเรือสองเม็ดไม่ช่วยอะไร มีคนอาเจียนไปสองรอบด้วย
  2. การโคลงเคลงของเรือ ซึ่งมากน้อยแล้วแต่จังหวะและสถานที่ หากออกไปทะเลใหญ่ คลื่นลมจะแรงและเรือก็โคลงเคลงมากไปด้วย การเดินเหินในเรือต้องระวัง 
  3. อื่น ๆ ไว้ให้เจอเป็นประสบการณ์
ตั้งแต่ตอนที่เราไปถึงจุดขึ้นเรือ ไปไดหมึกที่ทะเลใหญ่ แล้วกลับเข้ามา

เริ่มต้นเรานั่งเรือจากจุดขึ้นเรือไปยังบริเวณหาดวาสุกรี ซึ่งไกลมาจนถึงบริเวณแถวปากอ่าว ซึ่งตรงนี้เราตกหมึกเกือบไม่ได้เลย เพราะไปคืนเดือนมืด แบปีเจ้าของเรือบอกเราว่า เมื่อวานแบจับปลาหมึกได้ 14 กิโล แต่วันนี้มากับเราจับเกือบไม่ได้เลย ทั้งทริปรวมแล้วได้แค่ประมาณสองกิโลกว่า ๆ เท่านั้น

เรือที่เรานั่งไป เป็นเรือที่แบปีทำการต่อเองกับพ่อ โดยใช้ความรู้ที่สืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษที่ยึดอาชีพชาวประมงกันมาแต่โบราณ โดยเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการหาเลี้ยงครอบครัวของชาวเรือ 

การไดหมึกของแบปี คือจะเปิดไฟ แล้วใช้เบ็ดตกทีละตัว และหากมีหมึกมาเล่นไฟมากหน่อยก็จะใช้แห ไม่ได้ใช้เครื่องมือแบบเรือใหญ่ ทำให้การตกแต่ละตัวต้องใช้ระยะเวลา มีเทคนิคทั้งการตกหมึกตกปลา โดยแบจะเป็นคนสอนเราทั้งหมดครับ

โดยจุดไดหมึกตรงนี้คลื่นลมไม่แรงเท่าไรนัก แต่เนื่องจากว่าเราไม่ได้หมึกกันเลย จึงจำเป็นต้องออกเรือไปยังทะเลใหญ่ ไกลจากปากอ่าวประมาณ 10 กิโลเมตร ตรงนั้นจะมีคลื่นลมแรง เกือบทุกคนจะมีอาการเมาเรือกันตอนนั้น 

โดยเราออกทะเลใหญ่กันช่วงประมาณ เกือบสองทุ่ม ไดหมึกได้ก็ช่วงนั้น และล้มหายตายจากนอนกองกันบนเรือก็ช่วงนี้ จนสุดท้ายประมาณเที่ยงคืน แบปีเจ้าของเรือคงสงสารเพราะสภาพตอนนั้นไม่มีใครทำอะไรได้แล้ว เลยเอาเรือกลับเข้ามายังบริเวณปากอ่าว ที่คลื่นลมสงบ 

พวกเราเริ่มฟื้นคืนชีพกันอีกครั้ง ผม ทำหมึกกินกัน โดยหมึกที่เอามากินก็ใช้หมึกของแบปี เพราะว่าทั้งทริปเราตกหมึกได้ตัวเดียว โดยเฉพาะผมที่ตกหมึกไม่ได้ ได้แต่หนวดหมึกติดมา 

ซึ่งแบปีก็เอ็นดูให้พวกเรากินปลาหมึกที่แกตกมาได้ ขอบคุณอีกครั้งตรงนี้ครับ

ภาคเช้า

เริ่มจากดูพระอาทิตย์ขึ้น ล้างหน้าล้างตา เราก็ออกเรือไปยังทะเลใหญ่อีกครั้ง เพื่อตกปลาเก๋ากัน แต่ถ้าถามว่าได้ปลาอะไรมาบ้าง ก็เยอะเลยครับ จำชื่อไม่ได้ เอาเป็นว่าผลงานตกปลาดีกว่าผลงานไดหมึกเทียบกันไม่ติด ทั้งที่ใช้เวลาแค่ประมาณ 1 ชั่วโมง ได้ปลามาประมาณ 5 - 7 ตัว แต่เรื่องไดหมึก ใช้เวลาทั้งคืน ได้มาแค่ 1 ตัว 

เสร็จจากตกปลาเราก็กลับกันครับ ดีใจมากที่ได้กลับแล้ว โดยคนที่ดีใจที่สุดคือน้องตี้ เพราะจะได้ฉี่ที่กลั้นมาตลอดทั้งคืนเสียที

โดยตอนกลับ แบปีก็ใจดีให้เราเอาปลาหมึกที่แกตกได้กลับมาด้วย สงสัยเพราะดูจะเป็นทริปที่ไม่มีอะไรเลย ถ้าไม่ได้ปลาหมึกกลับมา โดยแบปีลดราคาให้เราเล็กน้อยครับ อันเนื่องจากอะไรก็ไม่ทราบได้ 

สงสัยเพราะเราใช้เวลาส่วนใหญ่นอนกองกันบนเรือมากกว่าไดหมึกตกปลา

สุดท้ายนี้ ขอบคุณแบปีที่ทั้งขับเรือและให้คำแนะนำเราเป็นอย่างดี กำลังใจจากพี่พี่น้องน้องที่ทำงาน ที่อวยพรให้เราไปกันรอดจนจบทริป ขอบคุณน้องวีร์ที่เอายามาให้ ขอบคุณน้องตี้น้องดีนที่เตรียมของ มุ่งมั่นที่จะมาทริปนี้กัน

ทริปนี้ดีมาก ไปแล้วจำไม่ลืมแน่นอน

สถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ในจังหวัดปัตตานี
  1. เสน่ห์บางปู | แหล่งปูดำ รวยป่าชายเลน สถานที่ท่องเที่ยวอำเภอยะหริ่ง (คลิก)
  2. วัดบ้านตรัง | ศูนย์ศิลปาชีพกลุ่มทอผ้า พุทธประวัติไม้ตะเคียน ทุ่งดอกทานตะวัน (คลิก)
  3. วังยะหริ่ง | ชมความสวยงามของวังโบราณอดีตเจ้าเมืองยะหริ่ง อายุ 124 ปี (คลิก)
  4. สะพานไม้บานา | พักผ่อนที่ศาลากลางน้ำ นั่งเรือชมธรรมชาติ มองพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า (คลิก)


























































No comments: