Friday, October 18, 2019

Genting-KL [Day I] บันทึกความทรงจำครั้งหนึ่งฉันไปขึ้นกระเช้า เข้าเก็นติ้ง ที่มาเลย์


วันศุกร์นี้เป้าหมายของเราคือไปเที่ยวเกนติ้ง กัวลาลัมเปอร์ ด้วยเวลาสามวันสองคืน การเดินทางนั่งด้วยรถตู้จากปัตตานีไปเกนติ้ง นอนหนึ่งคืน ตื่นเช้ามาไปต่อเคแอล นอนเคแอล ตื่นมากลับไทยผ่านทางด่านประกอบสงขลา ด้วยงบ 5,000 บาท

เงิน 5,000 บาทนี้ เราใช้บริการทัวร์ของแบสุกรี (เจ้าประจำ) มีสมาชิกผู้ใหญ่  13 คน เด็กเล็ก 5 คน รถโดยสารที่เราตะลอนกันไปคือ รถตู้สองคัน คันแรกเป็นรถตู้สิบที่นั่ง อีกคันเป็นฮุนไดเจ็ดที่นั่งแบบสบาย ๆ เริ่มออกเดินทางกันจากปัตตานีตอนหกโมงเช้าฟ้าเพิ่งสว่าง นานมากแล้วที่ไม่ได้ออกจากห้องตอนเช้ามืดแบบนี้ 

ซึ่งด้วยความเช้ามาก เราเลยแวะปั๊มปาลัส อำเภอสายบุรี ตอนเกือบเจ็ดโมงเช้า หาของว่างทานกันก่อนที่จะไปกินมื้อเช้าที่นราธิวาส ซึ่งผมก็ซื้อไข่ม้วนสองไม้ ไม้ละสิบบาท ไส้เป็นไส้กรอกกับปูอัด รสชาติอร่อยทานแก้หิวได้ ส่วนคนอื่น ๆ ก็เข้าเซเว่นแวะซื้อขนมตามใจชอบ

จากนั้นเราก็เดินทางต่อไปยังนราธิวาส แวะแลกเงินและกินข้าวกันก่อน ร้านตรงข้ามกับสถานีรถไฟสุไหงโกลก ซึ่งตอนนี้เงินบาทกำลังแข็ง แลกเงินมาเลย์ได้เยอะขึ้น ผมแลกเงิน 3,000 บาทไทย ได้กลับมา 411 ริงกิตมาเลย์ จากเมื่อก่อนที่จะได้แค่ประมาณ 300 ริงกิตเท่านั้น พี่พี่คนขับรถพาเราไปกินมื้อเช้าแถวร้านบะหมี่หมูแดงร้านแมว ผมกินข้าวหมูแดงผสมหมูกรอบ หัวหน้ากินบะหมี่ และสะเต้ะจากร้านข้าง ๆ ส่วนเพื่อนร่วมทริปที่เป็นมุสลิมก็ไปทานร้านอาหารฮาลาล เสร็จแล้วค่อยมาเจอกัน 

จากตรงนี้ขับรถไปถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองสุไหงโกลกประมาณเก้าโมงกว่า ใช้เวลาตรงนั้นเกือบชั่วโมง เพราะคนเยอะ โดยเฉพาะแถวผมที่มีปัญหาคอมแฮงค์คนนึงใช้เวลานานกว่าปกติ ยิ่งทำให้ช้าเข้าไปใหญ่ จากนั้นเราก็แวะซื้อซิมกันก่อนเดินทางเข้าไปยังมาเลย์ต่อ

ผมนั้นซื้อซิมโกอินเตอร์ของค่ายดีแทคมาก่อนแล้ว ราคา 399 บาท เน็ต 6 GB เล่นเน็ตได้อย่างเดียว ถ้าต้องการโทรเข้าโทรออกต้องเติมเงิน จะส่งข้อความก็ต้องเติมเงิน ทำให้ถ้าต้องการติดต่อเพื่อนร่วมทริปต้องใช้วิธีโทรผ่านเฟซบุ๊คเมซเซนเจอร์ไม่ค่อยสะดวก เมื่อเทียบกับเพื่อนที่ซื้อซิมเอาตรงด่านมาเลย์เลย ซิมราคา 15 ริงกิต ร้อยกว่าบาท เน็ต 1.5 GB โทรเข้าโทรออกได้ตามปกติ ทำเอาผมนอยด์ไปพักใหญ่เลย ไม่น่าจะซื้อมาก่อน

เอาล่ะกว่าเราจะเสร็จกันก็สายแล้วกินเวลาไปเกือบสิบเอ็ดโมง ทำให้แพลนเราเดิมที่จะไปกินข้าวเที่ยงกันตอนเที่ยง ๆ ก็เลทไปจนเกือบบ่ายสอง ซึ่งจุดที่เราไปกิน คือ Hentian Gua Musang ลักษณะคล้ายเป็นโรงอาหารขนาดใหญ่ มีคนเข้ามากินที่นี่เยอะมาก ซึ่งลักษณะอาหารผมก็ต้องเลือกดูเอาที่คิดว่ากินได้ ซึ่งก็เลือกที่เซฟที่สุด ไส้กรอกผัดซอส ไก่ผัด และไข่เจียว ผมตรัสรู้ตอนตักเข้าปากคำแรกว่า อาหารไม่อร่อยเลย หวานมาก รสชาติอ่อนเมื่อเทียบกับอาหารฝั่งไทย ทำให้ข้าวมื้อแรกที่มาเลย์กินไม่หมด และทำให้ผมคิดถึงอาหารไทยตั้งแต่มื้อแรก

จากนั้นเราก็นั่งรถกันต่ออีก ... เพื่อ Genting Highland อันนี้ต้องบอกว่าทางขึ้นคดเคี้ยวมาก หากไม่ชำนาญทางต้องขับช้า ๆ ส่วนผู้โดยสารอย่างเราต้องนั่งบิดจับเบาะกันไปมา เพื่อไม่ให้ตัวเหวี่ยงไปตามแรงรถ ซึ่งด้วยความที่เราเลทสะสมกันมาทำให้เราต้องมาขึ้นกระเช้ากันก่อน เพราะหากมืดไปจะทำให้เราไม่เห็นบรรยากาศที่สวยงาม ตรงนี้ต้องขอบคุณหัวหน้าเลยที่แนะนำให้เราขึ้นมากันก่อน ส่วนตัวผมไม่เคยขึ้นกระเช้าที่ไหนเลย แม้แต่หาดใหญ่ เพราะกลัวความสูง ก็ต้องมาขึ้นที่นี่ ตอนนั่งกระเช้าก็ต้องสวดมนต์ ไทยพุทธคริสต์เท่าที่นึกได้ ส่วนรูปภาพที่ได้มาระหว่างทางนั้นคุ้มค่ามาก

ส่วนราคาที่ซื้อตั๋วขึ้นกระเช้าเป็นราคากรุ๊ปทัวร์ ไม่ทราบราคาส่วนบุคคลเหมือนกันว่าเท่าไหร่ ซึ่งตอนขึ้นไปบนไฮเวย์เราก็เข้าตึกและเดินเที่ยวในตึกนั้นไม่ได้ออกไปไหน ใช้ระยะเวลาประมาณ 2 ชั่ว ซึ่งตรงนี้ก็ต้องบอกว่า จุดสนใจคือ Sky Casino ที่คนเข้าไปอยู่ตรงนั้นเยอะมาก .... ผมก็ไปยืนมุงดูรอบ ๆ เพราะเล่นอะไรไม่เป็นสักอย่าง และที่สำคัญคือ ตรงจุดนี้อนุญาตให้คนสูบบุหรี่ได้ คนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคทางเดินหายใจกำเริบนี่ต้องระวังเลยครับ ส่วนผมที่มีประวัติเป็นโรคหืด (Asthma) เข้าไปแป๊บเดียวก็ต้องรีบออกมา

จากนั้นก็เดินดูไปเรื่อย ๆ บรรยากาศเหมือนมาเดินดูคนจีนมาเลย์อินเดียเดินเที่ยวกันมากกว่าครับ เพราะไม่ได้ช็อปปิ้งสินค้าอะไร มีแค่ซื้อเครื่องดื่ม คือ Starbuck Coffee: Sweet Cream Coldbrew 14.75 RM และ The Alley: Brown Sugar Deerioca Dark Chocolate 14.90 RM ซึ่งสตาร์บัครสชาติเหมือนไทย ส่วนน้องกวางผมบอกว่าอร่อย แต่น้องสองคนที่ซื้อด้วยกันบอกว่าเป็นน้ำล้างจานและไม่ควรซื้ออีก ไม่รู้ว่าผมลิ้นจระเข้ หรือเมนูดาร์คช็อคมันอร่อยจริง 

หลังจากนั้นก็เดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พักใกล้ ๆ กัน คือ Awana Genting Highlands Golf & Country Resort โรงแรมดูเก่านิดหน่อย ห้องก็อับนิดนึง แอร์ก็ไม่ค่อยเย็น แต่ห้องก็กว้างขวางดี และนอนกันตาย เพราะฉะนั้น ให้คะแนน 4/10 ไปก่อน ฝันดีครับ

บรรยากาศร้านแลกเงิน ยื่นเงินไทยเข้าไป แล้วแลกเป็นเงินมาเลย์ออกมา
3,000 บาทไทย แลกได้ 411 ริงกิต
หน้าตาอาหารที่กินร้านแมว
ด่านพรหมแดนสุไหงโก-ลก ตรงนี้มีที่ตรวจคนเข้าด่านทั้งด้านในและด้านนอก
ผ่านด่านไทยมา ก็มาตรวจที่ด่านมาเลย์กันต่อ 
ผ่านด่านเข้ามา ประมาณร้อยเมตร จะมีร้านขายซิมของมาเลย์ใกล้ ๆ ให้เลือกซื้อตรงนี้ได้เลย โดยซิมที่นี่สามารถใช้ได้ทั้งเน็ตและโทร โดยใช้ขนาด 1.5 GB 15 ริงกิตก็เพียงพอแล้วครับ
ผมซื้อซิม DTAC Go Inter จากไทยไป 399 บาท นี่หน้าแห้งเลยครับ แพงกว่าซิมที่ซื้อมาเลย์มาก แถมยังโทรไม่ได้อีก เพราะต้องเติมตังค์เพิ่ม
บรรยากาศระหว่างทางไปเก็นติ้งก็จะเจอป่าเขาลำเนาไพร มีชุมชนบ้าง เล็กน้อย ที่สำคัญเน็ตดีแทคในต่างประเทศใช้ไม่ได้ตรงนอกเมืองแบบนี้อีกต่างหาก เวรกรรม
จุดพักทานอาหารที่แรกของเรา HENTIAN GUA MUSANG ลักษณะคล้ายศูนย์อาหารบ้านเรา 
บรรยากาศด้านใน ตรงด้านหลังคือร้านที่ผมเข้าไปเลือกอาหาร
หน้าตาอาหารมื้อแรกที่มาเลย์ มีไข่เจียว ไก่ผัดซอส และไส้กรอกราดซอส รสชาติไม่คุ้นปาก แต่กินหมดเพราะหิว
ความอยากกินน้ำอัดลม ก็เลยไปซื้อมาบำเรอตัวเองเพิ่มจากมินิมาร์ทในศูนย์อาหาร ราคา 2.90 ริงกิต
มัสยิด Tengu Abu Bakar หลังจากกินข้าวเดินทางมาสักพักก็แวะมาที่นี่ครับ ก่อนเดินทางกันต่อ
ถ้ามีกล้องถ่ายรูป ตรงมัสยิดน่าจะได้ภาพสวยกว่านี้
ระหว่างทางขึ้น Genting ก็จะเป็นถนนที่ค่อนข้างชันและมีโค้งค่อนข้างเยอะ นายหัวของเราก็ขับด้วยความชำนาญพาเราไปถึงข้างบนอย่างปลอดภัย 
เรามาถึงห้างด้านล่างที่เป็นจุดขึ้นกระเช้าไปยังเก็นติ้งด้านบนครับ
หัวหน้าทีมทัวร์ของเรา ผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการในทุกเรื่อง กับภาพจุดซื้อตั๋วขึ้นกระเช้าครับ แต่เรามากับทัวร์เลยไม่ทราบราคา ทัวร์ซื้อให้ 555
ตั๋วขึ้นกระเช้าที่เราได้ เป็นตั๋วเที่ยวเดียว ไปใบนึง กลับใบนึง ครับ โดยการเดินเข้าไปขึ้นกระเช้า เราต้องเอาตั๋วเข้าไปแสกน คล้ายขึ้นรถไฟฟ้า สะดวกมากมาก

ทีมขึ้นกระเช้า ภาพเบลอมาก เพราะกระเช้าสั่น ต้องขอบคุณคุณลุงที่นั่งกระเช้ากับเรามาด้วย ไม่ตีหัวพวกเราเสียก่อน
ถึงผมจะกลัวความสูง แบบที่ต้องสวดมนต์ไปตลอดทาง แต่ภาพที่ได้มาก็คุ้มค่ามากครับ ชอบ 
กลับมาดูภาพย้อนหลังก็ยังคิดถึงเลยครับ 
ต้องบอกว่าถ่ายภาพไปก็เสียวไป 

คลิปสั้น ๆ ถ่ายบรรยากาศตอนนั่งกระเช้า
ถ่ายภาพนี้กลัวกระเช้าเอียงมาก 555
เป็นภาพที่ถ่ายขึ้นบน เริ่มเห็นเมืองบนเขาแล้ว
เหมือนจะขับรถขึ้นมาข้างบนได้นะครับ ตอนแรกด้วยความซื่อที่ทัวร์พานั่งกระเช้ามา ก็นึกว่าต้องขึ้นมาด้วยกระเช้าอย่างเดียว ฮา
บรรยากาศเมืองด้านบน สวยดีมาก
หลังจากลงกระเช้า เราก็จะเข้าสู่ห้างนะครับ เป็นห้างมีประมาณสี่หรือห้าชั้น จุดเด่นน่าจะเป็นคาสิโนที่อยู่ตรงชั้นหนึ่ง ใกล้กับปาร์คในรูป
ธีมตอนที่เราไปก็จะเป็นช่วงฮัลโลวีนพอดีเลยครับ น่าสนุกมาก 
ถ่ายรูปป้ายหน้าคาสิโน ตามธรรมเนียม (ใคร) ไม่มีรูปตอนเข้าคาสิโนนะครับ เพราะความคาดหวังคือจะไปเล่นคันโยกสลอตแมชชีน แต่ด้านในไม่มีคันโยกแล้ว ทุกอย่างเป็นดิจิตอลปุ่มกดทั้งหมดเลย อดไป

ลืมบอกว่าบรรยากาศด้านในคาสิโน เป็นบริเวณที่มีคนสูบบุหรี่ ใครแพ้กลิ่นบุหรี่ หรือเป็นภูมิแพ้ต้องเลี่ยงเลย ผมก็รู้สึกจะจามจะจามตลอดเลย อยู่ได้สิบห้านาทีก็ออกมา
หลังจากนั้น ผมก็ขอแยกมาเดินเที่ยวห้างครับ กว้างจนหลงไปเลย 555 
คลิปบรรยากาศ สักเล็กน้อย ระวังมิจฉาชีพสักนิดนึงครับ
แวะจิบสตาร์บัคเป็นธรรมเนียมบูชาส่วนตัว 555
จากนั้นก็ไม่มีอะไรมาก นั่งกระเช้ากลับ
ขากลับเราก็จะเห็นบรรยากาศเมืองบนภูเขายามค่ำคืน ต้องบอกว่าเน้นแสงสีสวยงามสมกับเป็นเมืองท่องเที่ยว
ลงมายังห้างด้านล่าง น้องในทีมรู้สึกหิวน้ำอยากกินชาไข่มุก OMG เลยไปเดินหาเจอร้านน้องกวา THE Alley ก็สั่งกันไปเป็นสามแก้วสุดท้ายของร้าน
ไม่รู้เป็นเพราะลิ้นจระเข้ หรือเมนูที่สั่งเป็นโกโก้ที่รสชาติมันตายตัวอยู่แล้ว แก้วของผมอร่อยดี ส่วนอีกสองแก้วน้องบอกว่าเหมือนน้ำล้างจาน (หรือน้ำล้างทีน) เนี่ย 555
หลังจากที่เดินทางลงมาจากเขา เราก็ลงมาพักที่โรงแรม Awana Genting Highlands Golf & Country Resort (ชื่อยาวมาก)
โชคดีมาก ด้วยความที่คู่พักหารกันไม่ลงตัว เลยได้นอนคนเดียว แต่โชคร้ายที่แอร์ไม่เย็นตลอดคืน นอนไม่หลับ 
สภาพห้องก็จะรู้สึกอับอับเก่า ๆ นิดนึงครับ สุดท้ายนี้ฝันดีราตรีสวัสดิ์ครับทุกคน

No comments: