Sunday, October 27, 2019

ไทปันซีฟู๊ด | อันดับหนึ่งคือยำหอยแครง


เมื่อวานตอนเย็นประสบปัญหาซ้ำซ้ำเดิมเดิมคือ กินอะไรกันดี นึกไม่ออก ผมกับน้องสองคนเลยพยายามนึก ขับรถเวียนรอบเมือง จนน้องเปิดกูเกิลเสิร์ชหาร้านอาหารในปัตตานี แล้วถามว่า ร้านไทปัน นี่อยู่ตรงไหน ... แค่นั้นเอง เราก็ได้ไปกินข้าวเย็นกันที่ร้านไทปัน ร้านอาหารที่ไม่เคยเดินเข้าไปด้วยความตั้งใจของตัวเองสักครั้งตั้งแต่อยู่ปัตตานีมาสี่ปี เคยแต่มากินกับที่ทำงานในการเลี้ยงข้าวผู้ตรวจเขตเท่านั้น

ไทปันซีฟู๊ดอยู่ตรงหน้ามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เลยไปรษณีย์รูสะมิแลไปหน่อย ร้านอยู่ตรงทางซ้าย จอดรถแล้วตรงเข้าไปสั่งอาหารได้เลย เศรษฐกิจแบบนี้คนไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ มีประมาณสี่ถึงห้าโต๊ะ บรรยากาศของร้านเลยสงบดี คนไม่พลุกพล่าน มีเพลงเปิดคลอเบาเบา ได้ยินเสียงน้ำไหลจากน้ำตกเทียมที่อยู่ใกล้ ๆ ถ้าเป็นวันทำงานก็คงจะช่วยผ่อนคลายความเครียดที่สะสมมาระหว่างวันได้ดี 

เมนูของร้านมีหลากหลายเลยทีเดียว แต่เห็นจะต้องสั่งเป็นแบบกับข้าวเป็นหลัก ไม่เห็นเมนูอาหารจานเดียว ซึ่งเป้าหมายที่เราคุยกันนั้น ต้องการสั่งเป็นอาหารทะเล ไม่เน้นผัก ซึ่งพลิกไปพลิกมาเราก็ได้ กับข้าวมาสี่อย่าง ได้แก่ ส้มตำทอด ยำหอยแครง ปลาสำลีเผา และหมึกผัดไข่เค็ม

อาหารทั้งสี่อย่างถ้าเรียงตามความชอบ อันดับหนึ่งต้องยกให้ตำหอยแครง ที่หอยตัวใหญ่เต็มช้อน ตักเข้าปากเคี้ยวรับรู้ได้ถึงความสดและรสอร่อยที่ผ่านการปรุงมาอย่างดี เต็มปากเต็มคำ อับดับสองมอบให้หมึกผัดไข่เค็มที่หน้าตาไม่เหมือนหมึกผัดไข่เค็มสักเท่าไหร่ เพราะเหมือนเป็นการเอาหมึกมาผัดไทมากกว่า มีเส้นถั่วงอก มีเห็ด และผักอื่น ๆ หน้าตาไม่เหมือนกับที่เคยกินที่ร้านลุงไสว ที่พัทยา เลย ที่เขาเอาหมึกล้วน ๆ มาผัดกับไข่เค็มไม่มีผักหรือเนื้ออย่างอื่นปน แต่รสชาติก็ออกมาอร่อยดี

อันดับสามที่ต้องบอกว่า หน้าตาไม่เหมือนกับที่นึกไว้อีกแล้ว คือ ปลาสำลีเผา ซึ่งก็งงว่ามันเผาตรงไหน ไม่มีร่องรอยการเผาเลย เหมือนปลาสำลีนึ่งซีอิ๊วมากกว่า แต่รสชาติก็อร่อยดี ไม่เค็มมาก ส่วนความสดนี่อาจจะให้คะแนนปานกลางก็พอ อันดับสุดท้ายคือส้มตำทอด ให้อันดับสี่เพราะรสชาติเฉย ๆ มาก เหมือนทอดสำเร็จราดน้ำส้มตามาเสิร์ฟ

ถามว่าประทับใจไหม ต้องบอกว่าประทับใจกับยำหอยแครงมากกว่าอย่างอื่นเลยครับ คราวหลังถ้าไปต้องสั่งอีกแน่นอน ส่วนเมนูอื่นคงต้องเป็นเมนูอื่นแล้ว ส่วนปัจจัยเรื่องราคาก็เป็นเรื่องสำคัญที่จะมาร้านนี้เหมือนกันครับ เพราะรวมแล้วทุกอย่างตกราคา 1,065 บาท นับว่าหนักมากสำหรับมื้อที่ไม่ตั้งใจสำหรับผมกับน้องที่ไปกินกันแค่สองคนแบบนี้














No comments: