วันนี้เป็นวันฤกษ์สะดวกอีกวันหนึ่งที่จะไปไหว้พระที่วัดประจำ คือ วัดช้างให้ อำเภอ โคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี วัดคู่บ้านคู่เมือง การเดินทางก็เช่นเดิม ขับรถตรงจากในเมือง เลี้ยวขวาที่แยกดอนรัก แล้วขับตรงไปจนสุดไม่ต้องเลี้ยวที่ไหนแล้ว จะเจอทางเข้าวัดโคกโพธิ์อยู่ทางซ้าย ตอนนี้เขากำลังทำการปรับปรุงถนนอยู่ด้วย (นานแล้ว) ให้ขับรถด้วยความระมัดระวังนะครับ
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โคกโพธิ์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โคกโพธิ์ แสดงบทความทั้งหมด
วันอาทิตย์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2562
วันอาทิตย์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2562
วัดช้างไห้ | ไหว้พระขอพร เช่าบูชา "หลวงพ่อทวด เนื้ออัลปาก้า รุ่นสร้างพิพิธภัณฑ์ ๕๘"
วันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
วัดช้างให้ | ไหว้พระขอพร ปิดทองหลังพระ
วันอาทิตย์ร้อน ๆ แบบนี้ ฤกษ์งามยามดีตามสะดวกของศาสนิกอย่างผมที่เข้าวัดบ้างไม่เข้าบ้าง คิดถึงความสงบทางใจที่นาน ๆ จะได้รับทียามไปวัด จึงเดินทางไปไหว้พระขอพรหลวงปู่ทวดวัดช้างให้ท่านอีกสักรอบ หลังจากห่างวัดมานานเกือบเดือน
วันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2561
ทริปกะทันหัน: ค้างคืนบนเขารังเกียบ ตื่นเช้าดูทะเลหมอก และเล่นน้ำตกทรายขาว
เย็นวันศุกร์ ด้วยความที่ติดพันกับลูกค้า ทำให้เราออกจากที่ทำงานสายจากที่กะกันไว้ คือประมาณสี่โมง แต่ออกจากที่ทำงาน 5 โมงแทน เราจะไปค้างคืนกัน ทำให้เตรียมของกันไปเยอะพอควร เพราะข้างบนที่เราไปค้างคืน ไม่มีร้านอาหาร รวมถึงร้านชำใดใด มีแค่เราและเรา เฉพาะคนที่ไปพักเท่านั้น ไปถึงอุทยานกันประมาณ 6 โมงเย็น แสงสว่างเหลือน้อยแล้ว
การเดินทางขึ้นเขาเราต้องจอดรถไว้ข้างล่าง และให้เจ้าหน้าที่ขับรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อพาเราขึ้นไปบนยอดเขา ทางขึ้นกว้างพอให้รถแค่คันเดียวขับขึ้นไปได้ และต้องใช้ความชำนาญทางพอสมควร เพราะมีหลายโค้งและทางค่อนข้างชันมาก อีกทั้งถนนเต็มไปด้วยมอส ตะไคร่น้ำ ใบไม้ที่ร่วงหล่นลงมาระหว่างทาง ผมที่นั่งท้ายกระบะหลังไม่มีเวลาถ่ายรูปเลย เพราะรถเหวียงตลอดเวลาจนถึงยอดเขา
| สัมภาระบางส่วนที่เราใส่รถไปกัน |
| วิวจากยอดเขารังเกียบ เมื่อพวกเราขึ้นถึงที่พักกันแล้ว |
หมายเหตุ: ค่าที่พักข้างบนนี้เขาไม่คิดค่าใช้จ่าย แต่จะขอให้สนับสนุกเป็นค่าน้ำค่าไฟค่าบำรุงรักษาแทนครับ
ส่วนของใช้ ทีมงานเราเอาหม้อหุงข้าวขนาดเล็ก มีด ขันน้ำ ถ้วยช้อนกระดาษ ช้อน และตะเกียบ (สำหรับกินมาม่า) ที่สำคัญอย่าลืมเอาโลชันทากันแมลงมาด้วย เพราะแมลงกลางคืนเยอะมาก เอาล่ะเรามาเตรียมอาหารกันเถอะ อันนี้ต้องขอบคุณ พี่จ๊ะ พี่นิด น้องตี้ ที่ช่วยกันทำอาหารให้พวกเราทานกันนะครับ
| น้องดีน น้องตี้ และพี่จ๊ะ และกองอาหารสำหรับสองมื้อ |
| พิธีกรรมลูกชิ้นร่วมสาบานของพวกเรา |
| บรรยากาศตอนดึกดึก ก็จะได้ภาพประมาณนี้ครับ ใครเอากล้อง DSLR ไปก็จะได้ภาพชัดหน่อย ส่วนกล้องไอโฟนก็ได้เท่านี้ครับ |
หลังจากกินอิ่มนอนหลับและคุยกันจุกจิกตามประสาคนขี้บ่น วัยทำงานแบบเรา หลังจากนั้นก็ได้เวลานอนกัน ตอนนอนก็กังวลความปลอดภัยพอสมควรเพราะ ประตูห้องพักปิดไม่สนิท แต่ด้วยความที่เป็นอุทยานแห่งชาติ และอยู่บนยอดเขาคงไม่มีใครขึ้น เราก็นอนหลับกันลง พริบตาเดียวก็ตื่นมาตอนเช้าก่อนหกโมง เพื่อจะได้ออกมาเดินถ่ายรูปดูทะเลหมอกกัน ลุ้นกันพอสมควรว่าจะมีหรือเปล่า ...
ก่อนทะเลหมอกจะมา เราก็เดินถ่ายรูปบริเวณรอบรอบเสียก่อน เพราะเมื่อคืนไม่ได้ถ่ายรูปเลย พบว่าบริเวณรอบ ๆ เรามีสิ่งก่อสร้างเยอะมากเหมือนกันครับ ทั้งศาลา ทางเดิน เสาธง รวมถึงบริเวณใกล้ ๆ ที่เป็นจุดชมหมอกนั้นก็มี พระพุทธรูปขนาดใหญ่ พระพุทธมหามุนินทโลกนาถ มีจุดให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปเยอะพอสมควร และที่สำคัญอากาศดีมาก เหมาะกับการเปลี่ยนบรรยากาศ และผ่อนคลายชีวิตที่วุ่นวาย
| พระพุทธมหามุนินทโลกนาถ |
| ทางเดินจากองค์พระกลับที่พักของเรา |
| ศาลาที่ประทับสมเด็จย่า บรรยากาศตอนนี้ค่อยสบายใจหน่อย แต่กลางคืนคงน่ากลัวพอสมควร |
| ประตู่สู่ยอดแม่ |
| มีน้องหมาวิ่งขึ้นมาจากด้านล่าง เพราะรู้ว่านักท่องเที่ยวจะมีอาหารให้พวกมันด้วย แต่แน่นอนครับ พวกเราไม่มีให้ (555) |
พวกเรารอหมอกกันนานพอสมควร ไม่ได้เห็นทะเลหมอกอย่างที่คิดไว้ แต่ได้เห็นริ้วหมอกไกล ๆ และเห็นบรรยากาศของเมืองปัตตานีแบบนี้ก็คุ้มค่าแล้วครับ
| ตรงนี้เป็นทางด้านซ้ายขององค์พระ เจ้าหน้าที่เขาทำทางลงไปช่วยหนึ่งให้ถ่ายรูปได้ |
ซึ่งหลังจากช่วงนี้ เราได้เจอนักท่องเที่ยวคู่พ่อลูก ที่ยินดีให้คำแนะนำเราว่ามีจุดถ่ายรูปที่ดีอีกจุดหนึ่ง ซึ่งต้องเดินลงไปประมาณ 100 เมตร บริเวณนั้นจะมีพระพุทธรูปแกะสลักจากไม้อายุ 200 ปีด้วยครับ พุทธศาสนิกชน หรือผู้นิยมในศิลปะสามารถไปกราบไหว้และรับชมได้
| ถ้าลงไปทางนี้ ก็จะมีจุดที่ถ่ายรูปเห็นหลังองค์พระได้ครับ สวยมาก |
| น้องหมายังคงตามมาติดติด และตัวนี้ดื้อมาก ไม่ยอมไปไหนจนกว่าจะได้อาหาร |
| ไม่เกี่ยวอะไรกับทริปเลย แต่ถ่ายไว้เพราะพี่เขาเท่มาก |
หลังจากที่ขนของขึ้นรถแล้วเรียบแล้ว ก็ได้เวลาเดินสำรวจน้ำตกกันแล้วครับ ตอนเช้า ๆ แบบนี้คนยังไม่เยอะ นักท่องเที่ยวยังไม่มา มีแต่เจ้าหน้าที่ที่เดินสำรวจ ทำความสะอาดใบไม้อยู่บริเวณรอบ ๆ ทางขึ้นน้ำตก จากที่เดินสำรวจพบว่าธรรมชาติยังอุดมสมบูรณ์มากในบริเวณนี้ น้ำตกทรายขาวเองเป็นน้ำตกขนาดเล็ก ไม่รู้มีกี่ชั้น เพราะไม่ได้เดินขึ้นไปจนสุด เพราะทางที่เขาทำขึ้นไปนั้นสิ้นสุดแค่ประมาณ 1-2 กิโล หากจะเดินขึ้นไปหลังจากนี้น่าจะต้องสมบุกสมบันพอสมควร
ลงรูปได้นิดเดียว เพราะขี้เกียจเลือกแล้ว อยากดูเริ่มเพิ่มเติม กดเข้าไปดูที่อัลบั้มที่ผมตั้งไว้ที่ Google Photos: อุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว ถ้าใครอ่านแล้วอยากไป สามารถเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
- สำนักอุทยานแห่งชาติ: น้ำตกทรายขาว
- กระทู้แรงบันดาลใจที่พาเรามาที่นี่: ทะเลหมอกแดนใต้ เขารังเกียบ อุทยานแห่งชาติน้ำตกทราย ความงามชวนหลงใหล ภาพถ่ายจากปลายด้ามขวาน
สุดท้ายนี้ขอบคุณผู้ร่วมทริปทุกคน โดยเฉพาะพี่นิดพี่จ๊ะ หัวหน้าและรองหัวหน้าผู้เตรียมของมาจนครบแบบไม่ขาดอะไรเลย น้องดีนผู้อาสาขับรถพาเราไปถึงที่หมายทั้งไปและกลับอย่างปลอดภัย
| เดี๋ยววันหน้าพี่มาถ่ายรูปใหม่นะ |
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
