Friday, June 21, 2019

สวนมะนาวโห่ลุงศิริ | มะม่วงหาวมะนาวโห่ แหล่งท่องเที่ยงเชิงเกษตร ของอร่อยที่ใครได้กินต้องติดใจ


วันจันทร์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปสวนมะนาวโห่ลุงศิริ ที่ในชีวิตนี้ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าประเทศไทยมีมะนาวโห่ด้วย ตอนแรกก็คิดว่ามันคือสวนมะนาว (คุณพระ!) ซึ่งสวนมะนาวโห่ลุงศิรินี่ดังมาก ผมก็รู้ตอนที่ออกจากสวนแล้วไปนั่งเสิร์ชหาในกูเกิ้ล ก็เห็นว่ามีไปออกรายการทีวีต่าง ๆ มากมาย
โดยสวนนี้ตั้งอยู่บริเวณอัมพวา ติดริมแม่น้ำแม่กลอง ทำให้คนที่ไปเที่ยวสวนแห่งนี้จะได้รับบรรยากาศที่ดีมาก และต้องขอบคุณผู้จัดที่วันนั้นเราได้วิทยากรเป็นคุณทสน์ เจริญช่าง ผู้สืบทอดกิจการสวนมะนาวโห่จากคุณพ่อ คือ คุณลุงศิริ ที่มีชื่อประดับเป็นเจ้าของสวนแห่งนี้

คุณทสม์เล่าว่า มะม่วงหาวมะนาวโห่ คุณลุงศิริ ผู้เป็นบิดา ก่อนหน้านี้เคยมีประวัติเป็นโรคถุงลมโป่งพอง แล้วพอได้เดินทางไปอุทัยธานีก็ได้เก็บผลมาทานแล้วรู้สึกว่าอาการของโรคทุเลาลง จากนั้นจึงนำมะนาวโห่มาปลูกในพื้นที่ของตน จากตอนนั้นจนถึงตอนนี้ มีพื้นที่ปลูกมะนาวโห่ริมแม่น้ำแม่กลองกว่า 40 ไร่ และยังมีพื้นที่ปลูกที่กาญจนบุรีอีก 60 ไร่

ตอนนั้นขณะที่ปลูกไปปลูกมาประจวบกับที่คุณทสม์ที่กำลังเรียนปริญญาโท กำลังทำวิจัยที่จะต้องการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เลยต้องการนำสวยมะนาวโห่ของคุณพ่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวบ้าง หลังจากทำไปทำมาสักพักคนเริ่มรู้จักมาเที่ยวมากขึ้น ก็ตระหนักได้ว่าถ้ามาเที่ยวอย่างเดียวจะทำให้สวนไม่มีรายได้ ต้องมีสินค้ามาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสวน

ดังนั้นจึงเริ่มคิดพัฒนาผลิตภัณฑ์มะนาวโห่ โดยคุณทสม์แบ่งสินค้าออกเป็นสามกลุ่มตามความต้องการของลูกค้า เพื่อที่จะให้ทุกกลุ่มวัยที่มาสวนมะนาวโห่สามารถซื้อสินค้าและบริการได้ กลุ่มผู้สูงอายุ - น้ำเข้มข้นไซเดอร์, วัยกลางคน - สินค้าคู่ครัว แยม น้ำพริก ชา, ลูกหลานวัยุร่น - ไอศครีม เยลลี่ 

เมื่อลองหาสินค้าของสวนมะนาวโห่ลุงศิริก็พบว่าในระบบได้รับเลขสารบบอาหารมี 14 ตัว ได้แก่ น้ำมะม่วงหาวมะนาวโห่, แยม, น้ำพริก, น้ำส้มสายชูหมัก, ไอศครีม โดยแต่ละผลิตภัณฑ์ก็จะมีหลายรสชาติ หลากความเข้มข้น ตอบสนองความต้องการของทุกกลุ่มวัยได้
ป.ล. 1: ตรวจสอบเลขสารบบเบื้องต้นได้ที่ ฐานข้อมูลผลิตภัณฑ์ ตรวจสอบการอนุญาต โดยเลขสถานที่ผลิตของสวนมะนาวโห่ลุงศิริ คือ 75200858 ต่อไปข้อมูลการอนุญาต หรือการขอขึ้นทะเบียนกับ อย. เหล่านี้ เป็นข้อมูลที่ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ทั้งหมด เพราะฉะนั้นผู้ประกอบการต้องทำสินค้าและบริการให้มีความน่าเชื่อถือต่อผู้บริโภค ข้อมูลต้องตรงกัน ทั้งข้อมูลที่ปรากฎในระบบและฉลาก

กลยุทธ์ในการทำธุรกิจ คือการทำธุรกิจแบบครบห่วงโซ่มูลค่า โดยมีไอเดียคือ ทำอย่างไรให้ลูกค้าทั้งครอบครัวได้รับบริการจากสวนมะนาวโห่ลุงศิริได้ทุกกลุ่มวัย โดยสิ่งที่ทำให้ผลิตภัณฑ์โดดเด่นขึ้นมาคือ การได้รับมาตรฐานต่าง ๆ 
  1. การปลูกต้องได้มาตรฐาน GAP, Q ของกระทรวงเกษตร (อ่านรายละเอียดต่อที่ : การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืชอาหาร GAP)
  2. การแปรรูปผลิตภัณฑ์ก็ต้องได้รับเลขสารบบอาหาร หรือ เลข .. (ศึกษาต่อได้ที่ : สำนักอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข)
  3. ช่องทางการขายออนไลน์, คุณทสม์แนะนำ Google Bussiness, (ศึกษาต่อได้ที่ : Google Business) โดยบริการนี้คือ ของฟรีจากกูเกิ้ลที่ช่วยสนับสนุนร้านค้าและธุรกิจท้องถิ่นให้สามารถเพิ่มข้อมูลธุรกิจลงในฐานข้อมูลของ Google และจะแสดงผลเมื่อมีการค้นหา "ชื่อธุรกิจของคุณ" ที่เพิ่มลงไปแล้ว โดยข้อมูลจะโผล่ขึ้นในฐานข้อมูลต่าง ๆ ของกูเกิ้ล เช่น Google Maps (แผนที่) Google Search (บริการค้นหาข้อมูลของกูเกิ้ล) ข้อดีคือ ทำให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าและบริการของเราง่ายขึ้น บอกที่ตั้งได้ ช่วยเพิ่มลูกค้าใหม่ ๆ รวมถึงช่วยรีวิวลูกค้าและโต้ตอบกับลูกค้าได้ ยังไงก็ลองศึกษาและสมัครใช้กันดูครับ
ป.ล. 2: การขอเลขสารบบอาหาร ในกลุ่มของอาหารใหม่ (Novel Food) ในที่นี้คือมะม่วงหาวมะนาวโห่นั้น ไม่สามารถทำการขอได้ทันที ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยจากสำนักอาหาร โดยคุณทสม์เล่าว่าต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 1 ปี ถึงจะผ่านขั้นตอนนี้ไปได้
คุณทสม์เองก็ยังสนับสนุนชุมชน ได้แก่ การซื้อผลิตผลทางการเกษตรจากคนในชุมชน โดยมีเงื่อนไขว่าต้องไม่มีการใช้ยาฆ่าแมลง เพราะยาฆ่าแมลงส่งผลกับรสชาติของผลมะนาวโห่ จะทำให้ผลมีรสชาติขม ไม่เหมาะสำหรับการนำไปแปรรูปเป็นอาหาร  นอกจากนี้ตอนปลายปีสวนมะนาวโห่จะจัดเทศกาลท่องเที่ยวให้ชาวบ้านเข้ามาจำหน่ายของที่ระลึกภายในสวนอีกด้วย

พันธมิตรทางธุรกิจของสวนคือ รีสอร์ทในพื้นที่ หากมีลูกเค้าเข้าใช้บริการก็จะพาลูกค้ามาเดินที่สวน พร้อมกับสถานที่ตั้งติดอยู่กับสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังคือตลาดน้ำอัมพวา ที่จะเปิดทุกวันศุกร์เสาร์อาทิตย์ ทำให้ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ทางสวนจะมีลูกค้าเข้าเยี่ยมเกือบ 500 คน

กิจกรรมเมื่อเข้าเยี่ยมชมสวน ก็จะมีส่วนของการเดินชมสวน สามารถหยิบผลสดจากต้นทานได้เลย มีส่วนของร้านค้าจำหน่ายของฝาก มีคาเฟ่บริการเครื่องดื่ม (วันที่ผมไป ปิด!) มีจุดนั่งพัก ถ่ายรูปเช็คอินต่าง ๆ ผมชอบที่สุดก็ตรงสินค้าแปรรูปต่าง ๆ ของมะม่วงหาวมะนาวโห่ โดยเฉพาะมะนาวโห่แช่อิ่ม และไอศครีมมะนาวโห่นี่ชอบมาก ส่วนเครื่องดื่มซื้อมาลองทานแล้วคิดว่าหวานเลี่ยนไปหน่อยครับ ส่วนสินค้ากลุ่มน้ำพริกก็ขายดี ผมลองชิมแล้วก็อร่อยมากมากเลย

สุดท้ายนี้ใครอยากหาข้อมูลเพิ่มเติมให้เข้าไปที่เพจ สวนมะนาวโห่ลุงศิริ















































No comments: