Friday, March 15, 2019

อาลัว | ขนมไทยแสนอร่อย หวานกำลังดี กลิ่นหอมแตะจมูก ชวนให้ท้องหิว


ก่อนนอนขอรีวิวของหวานแสนอร่อยของเพื่อนที่ทำงาน N.home halal cake ที่อุตส่าห์ไปร่ำเรียนทำขนมออกมาเป็นอาชีพเสริมที่จนตอนนี้รายได้อาจจะแซงอาชีพเสริมไปแล้ว ส่วนตัวรู้จักเชฟร่วมงานมาสองสามปี มองว่าเป็นคนขยันทำงานโดยเฉพาะเรื่องการทำขนมที่ตอนนี้ทำจนมีลูกค้าติดเยอะมาก จุดเด่นของขนมคือมักจะไม่ใส่รสที่หวานมากเกินไป หวานไม่แสบคอ


ขนมที่ผมชอบสั่งบ่อย ๆ ได้แก่ ขนมปังสังขยา แซนวิช บราวนี่ และขนมปังอื่น ๆ ส่วนตัวล่าสุดที่ออกมาคือ ขนมอาลัว ที่ออกมาแล้วมีราคาแรงกว่าขนมอื่น ๆ ก่อนหน้านี้มาก คือ 95 บาทกล่องเล็ก 250 บาทกล่องใหญ่ ซึ่งเมื่อเทียบกับขนมปังก่อนหน้านี้ราคาชุดละ 20-25 บาท นับว่ามีความกล้าที่จะทำขายมาก

แต่เมื่อทำออกมาขายแล้ว ก็พบว่าตลาดหรือคนรู้จักตอบรับดีมาก เข้าไปดูหน้าเพจก็มีคนสั่งจนรับออเดอร์กันไม่ทันแล้ว ผมก็ได้สั่งมาทานเองจำนวน 1 กระปุก อร่อยจนหยุดไม่ได้ จนต้องเอากระปุกอาลัวไปเก็บไว้ที่โต๊ะทำงานคนอื่น เพราะกลัวว่าจะล้วงเอาล้วงเอาจนหมด อ้วนตายเตรียมตัดขาแน่นอน

ส่วนใครที่ต้องการสั่งไปลอง สำหรับคนพื้นที่ปัตตานี เชฟน่าจะไปส่งได้ หรือนัดรับของกันในเมือง สำหรับต่างจังหวัด เชฟก็สามารถส่งได้นะครับ ส่วนราคาค่าส่งให้ตกลงกันเอง

ใครที่ทานอาลัวของเชฟคนนี้แล้วต้องติดใจในรสชาติที่หวานกำลังดี เนื้อขนมกำลังหนึบหนึบ กลิ่นที่หอมเปิดกล่องขึ้นมาเมื่อไหร่ก็แตะจมูกเมื่อนั้น
ประวัติความเป็นมา ขนมอาลัว เป็นขนมหวานที่ทำจากแป้ง ผิวด้านนอกจะเป็นน้ำตาลแข็ง ด้านในเป็นแป้งหนืด มักทำเป็นอันเล็กๆ มีหลายสี มีกลิ่นหอมหวาน ชื่ออาลัวมีความหมายว่าเสน่ห์ดึงดูดใจ
อาลัวมีต้นกำเนิดมาจากประเทศโปรตุเกส ถูกนำเข้ามาเผยแพร่ในประเทศไทยครั้งแรกโดยคุณท้าวทองกีบม้า หรือ เลดี้ฮอร์ เดอควีมาร์ ภริยาเจ้าพระยาวิชเยนทร์(ชาวกรีก) ซึ่งทำงานให้กับราชสำนักโปรตุเกส ภายหลังจึงมารับราชการในราชสำนักในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
ขนมอาลัวยังแบ่งได้เป็นสองชนิด คือ อาลัวชาววัง และ อาลัวจิ๋ว อาลัวชาววังมีขนาดใหญ่กว่า และมีส่วนผสมของกะทิมากกว่าอาลัวจิ๋ว (wikipedia, เข้าถึงเมื่อวันที่ 15/3/2562)
ใครอยากอร่อยกับขนมไทยหาทานยากแบบนี้ แนะนำว่าให้รีบสั่งซื้อเลยครับ เพราะเชฟทำไม่บ่อย ทำสลับกับขนมชนิดอื่นด้วย .. ช้าหมดอดแน่




No comments: